ความพลิกผันครั้งใหญ่ทางการเมืองเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังกลางดึกคืนวันที่ 21 กันยายน พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ได้ปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้านแล้ว หลังพบว่า สส. พรรคกล้าธรรมลงมติสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 ของรัฐบาล ซึ่งขัดกับมติของวิป และสร้างคำถามต่อเจตจำนงในการตรวจสอบรัฐบาล
ก่อนหน้านี้พรรคกล้าธรรมเองถูกตั้งฉายาว่าเป็น ‘ฝ่ายคอย’ กล่าวคือเป็นเสมือนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่คอยเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดยังไม่ปรากฏการเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลจากแกนนำคือพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าไม่ช้าก็เร็วการเทียบเชิญคงเกิดขึ้น และจะทำให้รัฐบาลมีเสียงในสภาฯ ที่เป็นปึกแผ่นมากกว่า 350 เสียงก็เป็นได้
ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เพิ่ม ‘พรรคไทรวมพลัง’ เข้าสู่องค์ประกอบ หลังจากก่อนหน้านี้แม้จะจัดเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่มีทิศทางการลงมติสำคัญๆ มาในเชิงตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ เสียงในสภาฯ ของฝ่ายค้านจะยังคงเหลือที่ 141 เสียง ซึ่งจะเป็นตัวเลขสำคัญหากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อไป
ทั้งนี้ ไม่ควรลืมว่าในพรรคประชาชนยังมี ‘งูเห่า’ อีก 1 เสียง คือ สุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี ของพรรค ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าลงมติสนับสนุนรัฐบาลอย่างเปิดเผยเสมอ
และต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า ปัจจุบันตัวเลข สส. ทั้งหมดในสภาฯ อยู่ที่ 499 คน เนื่องจาก อธิการ แก้วเครือศรี ว่าที่ สส. อุดรธานี ของพรรคภูมิใจไทย 1 คน ยังไม่ได้รายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย


