ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถาม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงปัญหาความล่าช้าในการอนุมัติและโอนเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบชี้แจงแทน
รักชนกหยิบยกความเดือดร้อนของนักศึกษาที่สะท้อนผ่านโซเชียลมีเดียว่า การที่ กยศ. อนุมัติเงินล่าช้าส่งผลกระทบอย่างหนักต่อนักศึกษาที่ครอบครัวยากจน เนื่องจากนักศึกษาหลายคนเริ่มเปิดภาคเรียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับความชัดเจนว่าจะได้รับการอนุมัติเงินกู้หรือไม่ ทำให้นักศึกษาต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายรายวัน
ขณะที่มีข้อมูลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งแจ้งนักศึกษาว่า หาก กยศ. ยังไม่อนุมัติและโอนเงินกู้ อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ
รักชนกเสนอว่า ภาครัฐควรอำนวยความสะดวกให้นักศึกษาสามารถเข้าเรียนได้อย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาประเทศในอนาคต แทนที่จะต้องมาแบกรับความกังวลจากความไม่แน่นอนของ กยศ.
ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณ
รักชนก ตั้งคำถามต่อการที่คณะกรรมาธิการงบประมาณพิจารณาตัดลดงบประมาณลงได้ 11,000 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการแปรญัตติงบประมาณเพิ่มเติมให้แก่ กยศ. แม้จะมีการประเมินว่าในปี 2570 กยศ. อาจขาดสภาพคล่องทางการเงินถึง 7,000 ล้านบาท
ขณะที่โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานกลับได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมแม้จะมีความซ้ำซ้อน รักชนกเน้นย้ำว่า หากรัฐบาลคาดการณ์ได้ว่ากองทุนจะมีเงินไม่เพียงพอ ก็ควรจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากทุกปี พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงสื่อสารกับนักศึกษาโดยตรง
ส่วนประเด็นการกำหนดเกณฑ์สาขาวิชาที่รัฐส่งเสริมเพิ่มเติมในปี 2569 รักชนกระบุว่า เห็นด้วยกับการเชื่อมโยงการศึกษากับตลาดแรงงาน แต่เสนอว่าการเปลี่ยนเกณฑ์ควรบังคับใช้กับผู้กู้รายใหม่เท่านั้น ไม่ควรนำไปบังคับใช้ย้อนหลังกับนักศึกษาที่อยู่ระหว่างการศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ซึ่งเคยได้รับคำยืนยันว่าจะสามารถกู้ได้อย่างต่อเนื่อง
- หัวใจสำคัญคือเร่งรัดเก็บหนี้จากผู้มีกำลังจ่าย 2.6 ล้านคน
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลตระหนักถึงปัญหา กยศ. และมีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีกำลังทรัพย์ในการส่งเสียตนเองเรียน โดยในปี 2570 รัฐบาลได้ปรับเพิ่มงบประมาณให้ กยศ. จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท
ภราดรระบุว่า กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กองทุนที่รัฐบาลต้องอุดหนุนเต็มจำนวนตามที่ขอทุกปี ปัญหาหลักคือการบริหารจัดการการจัดเก็บหนี้จากผู้กู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว โดยปัจจุบันมีผู้กู้ในระบบ 3.6 ล้านคน แต่มีผู้ชำระหนี้เพียง 1 ล้านคน และมีผู้ผิดนัดชำระถึง 2.6 ล้านคน รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาทวงหนี้จากผู้ที่ตกงานหรือไม่มีรายได้ แต่ต้องการเร่งรัดติดตามหนี้จากกลุ่มผู้ผิดนัดชำระที่มีกำลังความสามารถในการจ่าย เพื่อนำเงินกลับมาหมุนเวียนส่งต่อโอกาสให้รุ่นน้อง
ภราดรยืนยันว่า การเพิ่มเกณฑ์สาขาวิชาที่รัฐส่งเสริม จะบังคับใช้เฉพาะนักศึกษาที่เข้าสู่ระบบ กยศ. เป็นปีแรกเท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่เดิม
ส่วนกรณีมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้นักศึกษาที่ยังไม่ได้รับเงิน กยศ. เข้าสอบนั้น ภราดร รับปากว่าจะประสานงานกับ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อหารือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการสร้างความมั่นใจแก่นักศึกษา
รักชนกตอบโต้ว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การบริหารหนี้ของ กยศ. เพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้เด็กนักศึกษาที่ยากจนได้รับความมั่นใจว่า เมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว จะสามารถศึกษาต่อได้โดยไม่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องเงินกู้ซ้ำทุกปี
พร้อมเน้นย้ำว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนเพื่อการศึกษา ซึ่งผู้กู้ต้องพิสูจน์ความยากจนก่อนเข้าสู่ระบบ ดังนั้น การตั้งความหวังในการจัดเก็บหนี้คืน ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ด้วย
ภาพ: 2 ภาพประกบกัน


