ฝ่ายจัดการแข่งขัน สแปนิช กรังด์ปรีซ์ เตรียมพิจารณาปรับเลย์เอาต์ของสนามมาดริงสำหรับฤดูกาลหน้า หลังการแข่งขัน F1 ครั้งแรกที่กรุงมาดริดได้รับเสียงวิจารณ์จากนักขับเรื่องโอกาสในการแซงที่มีจำกัด
แม้นักขับหลายคนจะชื่นชมความท้าทายของสนามในการขับรอบควอลิฟายด์ แต่การแข่งขันจริงกลับเกิดการแซงได้ยาก โดยอเล็กซ์ อัลบอน จากทีมวิลเลียมส์ มองว่าเรซค่อนข้างน่าเบื่อ ขณะที่ กาเบรียล บอร์โตเลโต จากทีมอาวดี้ ระบุว่าแทบจะหลับระหว่างการแข่งขัน
ด้าน แลนโด นอร์ริส แชมป์โลก F1 ฤดูกาลที่ผ่านมา มองว่าสนามมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีกมาก โดยเฉพาะบริเวณโค้ง 18 และ 19 ซึ่งเขาเสนอให้ตัดออกและเปลี่ยนเป็นทางตรง เพื่อเพิ่มโอกาสในการแซง พร้อมยืนยันว่าสนามแห่งนี้สนุกสำหรับการขับหนึ่งรอบ แต่ยังไม่เหมาะกับการแข่งขันเท่าที่ควร
ขณะที่ คิมี อันโตเนลลี ผู้ชนะการแข่งขันก็มีความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่ารูปแบบสนามปัจจุบันไม่ได้กระตุ้นให้นักขับพยายามแซง เนื่องจากหลายจุดมีความเสี่ยงต่อการปะทะสูง ทำให้รถส่วนใหญ่ต้องติดอยู่ด้านหลังคู่แข่งระหว่างการแข่งขัน
โดยทาง หลุยส์ การ์เซีย อาบัด กรรมการผู้จัดการสนามมาดริง เปิดเผยหลังการแข่งขันว่า FIA ได้ให้แนวทางเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาสนามแล้ว และผู้จัดพร้อมทำงานร่วมกับ FIA เพื่อหาจุดที่สามารถปรับปรุงได้ก่อนการแข่งขันครั้งต่อไป
นอกจากประเด็นในสนามแล้ว แฟน F1 บนโซเชียลมีเดียยังวิจารณ์เรื่องการเดินทางเข้าสนาม, ทัศนวิสัยจากพื้นที่ชมการแข่งขัน และสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วน โดยการแข่งขันครั้งแรกเกิดขึ้นภายใต้กรอบเวลาเตรียมงานที่ค่อนข้างจำกัด
สำหรับมาดริงเป็นสนามกึ่งถาวรที่ผสมผสานถนนเดิมรอบศูนย์ประชุม IFEMA เข้ากับส่วนของสนามที่สร้างขึ้นใหม่ รวมถึง La Monumental โค้งเอียงซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของสนาม โดยฝ่ายจัดยืนยันว่ามีทั้งพื้นที่และศักยภาพเพียงพอที่จะปรับปรุงสนามสำหรับ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ ในปี 2027
อ้างอิง
ภาพ: Kym Illman / Getty Images


