วันนี้ (15 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างกรอบหลักเกณฑ์กำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ว่า ขณะนี้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ มาได้แล้วประมาณ 80-90% โดยนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างความชัดเจนเรื่องขนาด นิยาม และลักษณะของดาต้าเซ็นเตอร์
ดนุชากล่าวอีกว่า วานนี้ (14 กันยายน) เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อเซ็ตกรอบการทำงานภายในระยะเวลา 1 เดือน สำหรับจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำ รวมถึงวางเกณฑ์กำกับดูแลประสิทธิภาพการใช้น้ำ ไฟฟ้า และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยืนยันว่าจะพยายามพิจารณาเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบกับโครงการที่เปิดทำการไปแล้วหรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ดนุชากล่าวต่อว่า ในส่วนการกำหนดทำเลที่ตั้ง จะต้องมาดูหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั้งโครงการเดิมและโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งสำคัญคือทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าที่ต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม เพื่อกระจายพื้นที่ตั้งและป้องกันไม่ให้เกิดการกระจุกตัวในจุดใดจุดหนึ่งจนเกิดปัญหาตามมา
สำหรับข้อซักถามว่าต้องชะลอการก่อสร้างโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการหรือไม่ ดนุชายืนยันว่า รัฐบาลไม่สามารถสั่งหยุดหรือชะลอได้ เนื่องจากเป็นการขออนุญาตและลงทุนของภาคเอกชนที่เริ่มไปแล้ว แต่จะรีบเร่งทำหลักเกณฑ์ออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อให้โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างสามารถปรับแบบตามกรอบที่กำหนดได้โดยเกิดผลกระทบน้อยที่สุด
ดนุชาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์เดิมอยู่แล้ว เช่น ของธนาคารหรือบริษัทโทรคมนาคม แต่เป็นขนาดไม่ใหญ่และจำเป็นต่อการประกอบกิจการ ซึ่งต้องมากำหนดเงื่อนไขตามขนาดให้ชัดเจน หากเป็นขนาดใหญ่มากอาจต้องกำหนดให้เป็นอุตสาหกรรม แต่ถ้าขนาดเล็กก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มพาณิชยกรรม เพื่อให้เกณฑ์ต่างๆ ไม่กระทบกับพื้นที่โดยรอบ
เมื่อถามย้ำถึงกรอบเวลา 1 เดือน ดนุชากล่าวทิ้งท้ายว่า จะพยายามทำให้ออกมาทันตามกำหนด ขณะนี้รอเพียงข้อมูลพื้นฐานส่วนที่เหลือให้ครบถ้วน จากนั้นจะรีบจัดทำหลักเกณฑ์ออกมารองรับ เพื่อให้การลงทุนและการดำเนินงานทุกอย่างสามารถเดินหน้าต่อไปได้


