×

ภราดร โต้ปมฮั้ว สว. ยันไม่ฉลาดพอคิดระบบ ชี้ ‘เอกราช’ ถูกบีบให้ซัดทอดล้มพรรคภูมิใจไทย นำไปสู่การยุบพรรค

โดย THE STANDARD TEAM
15.09.2026
  • LOADING...
ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (15 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี iLaw เปิดเผยข้อมูลกรณี เอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพยานที่ 16/26 ให้การซัดทอดว่าภราดรเป็นผู้ริเริ่มและคิดค้นกระบวนการฮั้ว สว. ว่า ตนเห็นข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ช่วงที่ สส.พรรคภูมิใจไทยอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 แล้ว และพบว่าพยานที่ 16/26 ได้กลับคำให้การ พร้อมกล่าวหาว่า ตนเป็นผู้คิดค้นระบบและร่วมมือกับคณะกรรมการบริหารพรรค

 

ภราดรกล่าวว่า ขอถือโอกาสชี้แจงตรงไปตรงมาว่า ตนคงไม่ฉลาดพอที่จะคิดค้นระบบเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. ทั้งหมดในลักษณะดังกล่าว อีกทั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุชัดว่า คำให้การของพยานที่ 16/26 เรื่องการ ‘หาของ’ มีอยู่จริง แต่เมื่อตรวจสอบกับพยานแวดล้อมและหลักฐานอื่น เช่น โปรแกรมหรือการจ้างบุคคลอื่นให้ดำเนินการ กลับไม่พบหลักฐาน จึงทำให้คำให้การของพยานดังกล่าวไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ประกอบกับพยานยังกลับคำให้การ ยิ่งทำให้ประธาน กกต.ไม่เชื่อคำให้การของพยานที่ 16/26

 

ภราดรยืนยันว่า ตนและคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว.

 

เมื่อถามถึงกรณี iLaw ยังคงเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภราดร แม้ กกต.มีคำวินิจฉัยแล้ว ภราดรกล่าวว่า ตนเรียกร้องมาตลอดให้ทุกฝ่ายอยู่ในกติกา ยอมรับการตรวจสอบ และพร้อมเดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรม หาก กกต.มีมติอย่างไรก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว

 

ภราดรกล่าวต่อว่า ตนอยากถามกลับว่า หากผลการวินิจฉัยไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหา และไม่ตรงกับความต้องการของผู้ที่ต้องการให้พรรคภูมิใจไทยมีอันเป็นไป พวกเขาจะยังเชื่อมั่นในกระบวนการหรือไม่ เพราะวันนี้ กกต.ได้ทำหน้าที่บนข้อมูลและพยานหลักฐาน โดยไม่ได้ยกฟ้องทั้งหมด แต่มีคำสั่งฟ้อง 77 คน ซึ่งหมายความว่า กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำบางอย่าง และบุคคลทั้ง 77 คนต้องต่อสู้คดีในชั้นศาล

 

“ผมมองว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติ ดังนั้นเมื่อ กกต.วินิจฉัยไปแล้ว ก็ควรเคารพตามกติกา แม้ว่าจะวินิจฉัยตรงใจหรือไม่” ภราดรกล่าว

 

ภราดรยังตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ต้น เพื่อนำไปสู่การยุบพรรค โดยชี้ว่าคำกล่าวหาของพยานที่ 16/26 พาดพิงทั้งหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค และเลขาธิการพรรค

 

“เพราะหากมีกรรมการบริหารพรรคคนใดคนหนึ่งมีอันเป็นไป จะนำไปสู่การยุบพรรค ซึ่งเป็นปรารถนาสูงสุดของเขา มันคือจุดเริ่มต้นตรงนี้ ซึ่งจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดมาจากพยานที่ 16/26 และมีธงปักเอาไว้ว่า ทำอย่างไรที่จะยุบพรรคภูมิใจไทย ทุกอย่างก็เดินไปตามพยานที่ 16/26 ตั้งธงไว้แต่แรก” ภราดรกล่าว

 

เมื่อถามว่า ในนามพรรคภูมิใจไทยจะดำเนินคดีกับ iLaw หรือไม่ ภราดรกล่าวว่า คงต้องปรึกษาทีมกฎหมายและทนายความของพรรคก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พร้อมเปิดเผยว่า พรรคอยู่ระหว่างหารือทีมกฎหมายถึงแนวทางดำเนินการกับผู้ที่ทำให้พรรคได้รับความเสียหาย

 

ส่วนกรณีเอกราชให้การซัดทอดถึงพรรคภูมิใจไทย ภราดรกล่าวว่า ไม่ทราบว่าพยานมีจุดประสงค์อย่างไร แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น มีกระบวนการทางการเมืองบางอย่างที่บีบคั้น บังคับ หรือข่มขู่ จนทำให้พยานที่ 16/26 ให้การดังกล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising