วันนี้ (13 กันยายน) กลุ่มมวลชนในนามแคมเปญ สั่งฟ้องสว.229 นำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ทยอยเดินทางถึงบริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ภายหลังเดินขบวนจากถนนลาดพร้าวมาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อจัดกิจกรรมแสดงพลังครั้งสุดท้ายก่อนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะลงมติว่าจะสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือไม่ ในวันพรุ่งนี้ (14 กันยายน)
เมื่อขบวนเดินทางมาถึง มวลชนได้เริ่มกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทันที โดยมีการตั้งเวทีและเครื่องเสียงสำหรับแกนนำขึ้นปราศรัย สลับกับการแสดงดนตรีที่เนื้อหาสะท้อนถึงบริบททางการเมืองและการทำหน้าที่ของ กกต. และ สว. นอกจากนี้ กลุ่มผู้จัดกิจกรรมยังได้นำผ้าใบลายทางสีน้ำเงิน-ฟ้า มาปูบนพื้นจัดทำเป็นหมายเลข 229 ซึ่งสื่อถึงจำนวนผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว ภายใต้ข้อเรียกร้องเดียวคือ กกต. ต้อง ‘สั่งฟ้อง 229’ ผู้ต้องหาโดยไม่มียกเว้น
ขณะเดียวกัน กิจกรรมในวันนี้ยังได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญทางการเมืองและนักเคลื่อนไหวจำนวนมากที่มาร่วมสังเกตการณ์และแสดงจุดยืน อาทิ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน, ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน, ปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต สส. แพร่ และ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด,รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
ไฮไลต์ภายในงาน มีการแปรอักษรเป็นตัวเลข “229” โดยการให้ผู้เข้าร่วมยืนตามรูปบนผืนผ้าใบ สำหรับตัวเลขดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสะท้อนถึงจำนวนผู้ถูกกล่าวหา และสัญลักษณ์เชื่อมโยงทางการเมือง นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีล้อเลียนการทำงานของ กกต., การแจกหนังสือพิมพ์แทบลอยด์เนื้อหาโกงเลือก สว. จำนวน 2,229 ฉบับ รวมถึงการเปิดเวทีให้ประชาชนร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
สำหรับในวันพรุ่งนี้ (14 กันยายน) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีวาระการประชุมนัดสำคัญในการพิจารณาลงมติชี้ขาดคดีข้อกล่าวหาทุจริตและฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยมีกำหนดการเริ่มต้นประชุมและลงคะแนนในเวลา 10.00 น.
สำหรับขั้นตอนและกระบวนการลงมติ คณะกรรมการ กกต. แต่ละคนจะส่งใบลงมติของตนเองเพื่อชี้ขาดผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ในขอบเขต 7 ข้อกล่าวหา หลังจากที่กรรมการแต่ละท่านได้รับใบลงมติไปพิจารณาอย่างละเอียด นับตั้งแต่วันที่กระบวนการรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยภายหลังจากที่กรรมการ กกต. ลงคะแนนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมจะดำเนินการรวบรวมผลคะแนนทั้งหมด ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการขานมติอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบรายละเอียดในสำนวนคดี พบว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน สามารถจำแนกตามโครงสร้างและความเกี่ยวข้องได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่:
- สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน: จำนวน 138 คน
- ฝ่ายบริหารและแกนนำการเมือง: รัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคการเมืองรวมจำนวน 21 คน
- เครือข่ายทางการเมือง: บุคคลในเครือข่ายพรรคการเมืองดัง จำนวน 20 คน
- ผู้สมัครและสำรอง: สว. สำรอง รวมถึงผู้สมัคร สว. อีกจำนวน 50 คน
การลงมติของ กกต. ในครั้งนี้จึงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดจากทุกฝ่าย เนื่องจากผลแห่งมติจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะของผู้ดำรงตำแหน่งในสภาสูง ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติที่มีรายชื่อเกี่ยวพันในสำนวนดังกล่าว






















