×

คนละหมัดปมฮั้ว สว.-เขากระโดง ภูมิธรรมขอต่างคนต่างทำหน้าที่ อย่ามาชี้นำ ด้านวิโรจน์ย้ำปราบทุจริตเปลี่ยนตามสมการการเมืองไม่ได้

โดย THE STANDARD TEAM
13.09.2026
  • LOADING...
ภาพภูมิธรรม เวชยชัย และวิโรจน์ ลักขณาดิศร กำลังโต้ตอบกันในประเด็น สว. และเขากระโดง

วันนี้ (13 กันยายน) จากกระแสการเดินขบวนเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งสำนวนคำร้อง 229 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ศาลวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ (14 กันยายน 69) ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุถึงกรณีหัวหน้าพรรคประชาชนเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาล (พรรคเพื่อไทย) ที่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ที่ส่อแววทุจริต ออกมาแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องความโปร่งใสในระบบประชาธิปไตย

 

ภูมิธรรม ระบุว่า พรรคประชาชนไม่มีสิทธิมาเรียกร้องพรรคเพื่อไทย เพราะในช่วงเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หากยอมให้ ชัยเกษม นิติสิริ ยุบสภาทันทีโดยไม่ต้องรอ 4 เดือน กรณีที่ดินเขากระโดงก็คงถูกจัดการจบใน 1 เดือน และฮั้ว สว. จะหายไป แต่พรรคประชาชนกลับไม่ไยดี ยอมยกตำแหน่งรัฐบาลให้พรรคน้ำเงินพรรคเพื่อไทยทำแล้วแต่พรรคประชาชนไม่ร่วมทำ จึงขออย่ามาเรียกร้องอะไรอีก

 

ต่อมา วิโรจน์ ลักขณาดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ตอบโต้ทันที โดยระบุว่าพรรคประชาชนพร้อมรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้น ไม่ว่าจะถูกหรือผิดประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่

 

วิโรจน์ยืนยันว่า “ความรับผิดชอบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี” กับ “หน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต” เป็นคนละเรื่องกัน การทุจริตไม่ว่าจะเกิดในยุคใครก็ยังคงเป็นเรื่องทุจริต สมการทางการเมืองเปลี่ยนได้แต่หลักการต้านคอร์รัปชันไม่ควรเปลี่ยนตาม

 

สังคมไม่ควรมียอมรับเหตุผลที่ว่าหากไม่ได้อำนาจก็ต้องไปรับใช้ผู้ทุจริต หรือสยบยอมต่อผู้บังคับบัญชา แม้พรรคประชาชนจะแก้ไขอดีตไม่ได้แต่พร้อมแก้ที่อนาคต ส่วนพรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจอย่างไรคงไม่ก้าวล่วง แต่เมื่อเคยบอกว่าสองเรื่องนี้ร้ายแรง วันนี้เพื่อไทยก็ต้องเป็นผู้ตอบประชาชนเองว่าหลักการนั้นยังเหมือนเดิมหรือไม่

 

“ความผิดพลาดของพรรคประชาชน ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้พรรคเพื่อไทย ละทิ้งหลักการที่ตัวเองเคยยืนยันว่าเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมือง”

 

จากนั้น ภูมิธรรม ได้โพสต์ตอบกลับอีกครั้ง ว่า ขอบคุณทุกเสียงสะท้อน แต่ยืนยันว่าจุดประสงค์ตนไม่ต้องการโต้ตอบแบบตีลูกปิงปอง เพียงแค่อยากเห็นการทำงานการเมืองอย่างรับผิดชอบ พรรคใดทำอะไรไว้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง จึงขอให้หยุดใช้ลีลาทางการเมืองแสดงตัวเป็นคนดี แล้วชี้ความผิดมาที่พรรคเพื่อไทยเพื่อกลบเกลื่อนความผิดต้นเหตุของตัวเอง และคิดว่าจะจบปัญหาได้เพียงแค่เอ่ยคำว่า “ขอโทษ”

 

“พรรคเพื่อไทยจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องให้พรรคใดมาคอยชี้นำบอกทาง และใครทำอะไรหรือไม่ทำอะไร พรรคนั้นและคนๆ นั้นต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง” พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงว่า ในวันเจรจาตนและแกนนำเพื่อไทย เช่น ชูศักดิ์ ศิรินิล, จิราพร สินธุไพร และสรวงศ์ เทียนทอง ได้พูดคุยกับตัวแทนพรรคประชาชน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, พิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์, ศรายุทธ ใจหลัก และพริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งตนได้พูดเตือนประเด็นเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนั้นฝ่ายพรรคประชาชนขอให้งดให้สัมภาษณ์ และขอเวลาตัดสินใจ

 

ภูมิธรรมระบุอีกว่า “เพื่อไทยก็เคารพคำขอ ดังนั้น หยุดเถิด ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด คนทุกคนและพรรคทุกพรรคต่างมีหน้าที่ ใครต้องการเลือกทำหน้าที่ทางการเมืองอย่างไร คนนั้นและพรรคนั้นต้องตัดสินใจและรับผิดชอบการกระทำของตนเอง โดยไม่ต้องมายุ่งก้าวก่ายการตัดสินใจภายในของคนอื่นหรือพรรคอื่น เพราะพรรคเพื่อไทยเคารพในเสียงของประชาชนที่เลือกมา และเรื่องนี้ประชาชนคนไทยจะเป็นผู้พิจารณาและตัดสินเอง”

 

ทางด้าน วิโรจน์ ได้โพสต์ปิดท้าย ขอบคุณภูมิธรรมที่เปิดเผยข้อเท็จจริงและมุมมองอย่างตรงไปตรงมา และตนเคารพในข้อมูลที่นำมาเปิดเผย พร้อมย้ำอีกครั้งว่าเห็นตรงกันที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่และรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าใครทำหน้าที่ได้เต็มที่แล้วจริงๆ

 

วิโรจน์ยังระบุอีกว่า ส่วนตัวยังคงคาดหวังว่าเมื่อทั้งสองพรรคมองเห็นตรงกันว่ากรณีฮั้ว สว. และเขากระโดง เป็นเรื่องร้ายแรงที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล หรือเคยโหวตให้ใคร เรื่องที่ควรได้รับการตรวจสอบก็ต้องถูกตรวจสอบ และกฎหมายต้องถูกบังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา เพราะการทุจริตอย่างไรก็เป็นการทุจริตอยู่วันยังค่ำ

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising