แม้ว่าธุรกิจแบรนด์ลักชัวรี ต่างๆ จะเริ่มฟื้นตัวกลับมาบ้างแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเผชิญกับความกดดันและความท้าทายเพื่อให้ผลประกอบการกลับมามีความมั่นคงอีกครั้ง และยังต้องพบกับคู่แข่งที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมาก นั่นคือแบรนด์กลุ่ม
Affordable Luxury กับราคาที่จับต้องได้ ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีพื้นที่ในห้างสรรพสินค้ามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากการรายงานล่าสุดของ International Association of Department Stores (IADS) พบว่าแบรนด์หมวดหมู่ Affordable Luxury มีส่วนแบ่งทางการตลาดสินค้าแฟชั่นผู้หญิงทั้งหมด 31% ตามมาด้วยแบรนด์ไฮสตรีทกับแบรนด์ระดับกลาง 22% และแบรนด์ประเภท ‘Advanced Contemporary’ หรือแบรนด์ร่วมสมัยที่มีดีไซน์การออกแบบเฉพาะตัวมากกว่าที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด 21%
ในตลาดที่มีความหลากหลายดังเช่นสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ยูเครน และตะวันออกกลาง แบรนด์ Affordable Luxury ที่ทำยอดขายได้ดีที่สุดในทุกพื้นที่เหล่านี้ก็คือ
Sandro, Maje และ Self-Portrait ส่วนแบรนด์ที่มีราคาสินค้าสูงกว่านั้นและทำยอดขายได้ดีเป็นอย่างยิ่งก็คือ Victoria Beckham, Ami Paris และ Jacquemus ในขณะที่ธุรกิจเดนิมมีมูลค่าลดลงเล็กน้อยในบางตลาดแต่เติบโตอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และการเพิ่มราคาสินค้าเดนิมในพื้นที่นี้ก็เป็นที่ยอมรับได้ในกลุ่มลูกค้า
จากการรายงานมีการยกตัวอย่างถึงบริษัท Chalhoub Group ผู้เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า Tyrano แห่งอาบูดาบี ที่ออกมาระบุว่าสินค้าราคา 400-800 ยูโร เป็นสินค้าที่ดึงดูดผู้บริโภคและทำรายได้สูงที่สุด ในขณะที่ห้าง El Palacio de Hierro ในเม็กซิโกก็หันไปให้ความสนใจกับแบรนด์ลักชัวรีราคาจับต้องได้เพื่อลดผลกระทบจากสินค้าลักชัวรีที่มียอดขายต่ำลงติดต่อกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ภาพ: Self-Portrait
อ้างอิง: https://ca.finance.yahoo.com/news/affordable-luxury-gaining-ground-department-143222744.html


