×

วงเสวนากดดัน กกต. สั่งฟ้องคดีทุจริตเลือก สว. ให้ประชาชนคุ้มครอง ลบข้อครหาช่วยผู้มีพระคุณ

โดย THE STANDARD TEAM
11.09.2026
  • LOADING...
ภาพวงเสวนาเรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว.

นักวิชาการ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนักกฎหมาย เรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ให้ศาลฎีกาพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม ในการลงมติวันที่ 14 กันยายนนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาการเอื้อประโยชน์ต่อผู้มีพระคุณ และเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสขององค์กร

 

ในการเสวนาหัวข้อ ‘วิกฤตศรัทธา (สภา) สูง โอกาสและความท้าทายในการเมืองไทย’ ฝจัดโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ชยพล สท้อนดี สส. กทม. พรรคประชาชน, โคทม อารียา อดีต กกต., สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ และ มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

มุนินทร์ชี้แจงถึงหลักกฎหมายในการวินิจฉัยคดีการเลือก สว. ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ว่า หน้าที่ของ กกต. คือการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเบื้องต้นในลักษณะเดียวกับพนักงานอัยการเพื่อประเมินการชี้มูล ไม่ใช่การทำหน้าที่ตัดสินความผิดเด็ดขาด อำนาจในการพิสูจน์ความผิดเป็นของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

 

การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กกต. อาจจำกัดวงผู้กระทำผิดไว้เพียงผู้สมัครรับเลือกตั้งถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากบุคคลใดที่รู้เห็นหรือกระทำการทุจริตย่อมเข้าข่ายเป็นผู้กระทำผิดได้ทั้งสิ้น

 

นอกจากนี้ มุนินทร์ระบุว่าการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 และความพยายามจำกัดนิยามคำว่า “มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า” เป็นการทำงานที่อาจขัดต่อกฎหมาย สร้างความเคลือบแคลงต่อสังคม และทำให้ประชาชนเพิ่มความสงสัยในกระบวนการพิจารณาพยานหลักฐาน หาก กกต. ไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย อาจนำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ทบทวนมติของ กกต. ในภายหลัง

 

“ความพยายามดึงเวลายิ่งสงสัยพยานหลักฐานจากที่เคยสงสัย 70% จะกลายเป็น 100% แต่ไม่ว่าจะสงสัยระดับใด ต้องเข้าสู่การพิสูจน์ของศาลแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ตัวเอง” มุนินทร์กล่าว

 

สฤณี อาชวานันทกุล อธิบายเสริมถึงประเด็นพยานหลักฐานทางการเงิน โดยระบุว่าคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ทำงานรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่สามารถชี้แจงได้ การตรวจพบเส้นทางการเงินที่โอนให้ผู้สมัครหลายรายก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน โดยมีข้ออ้างที่ไม่สอดคล้องกับบริบท เช่น การอ้างว่าจ่ายหนี้ เช่าพระ หรือซื้อปุ๋ย ถือเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักเพียงพอในการส่งฟ้องบุคคลทั้ง 229 คน เฉพาะพยานหลักฐานในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพียงจังหวัดเดียวก็มีความชัดเจนเพียงพอ

 

พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการพยายามยึดโครงสร้างอำนาจรัฐผ่านสภาสูงเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มผลประโยชน์ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ที่ต้องการให้สภาสูงมีมาตรฐานจริยธรรม

 

“เราคาดหวังสภาสูงเพราะชื่อบอกอยู่แล้วว่าต้องเป็นที่ของผู้มีวิจารณญาณ มีวุฒิภาวะ มีมาตรฐานจริยธรรมขั้นสูงสุด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นตลกร้าย ซึ่งกลายเป็นศาลฎีกาเท่านั้นที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทลายสิ่งเหล่านี้” สฤณีระบุ

 

สฤณีเน้นย้ำว่า กกต. ชุดปัจจุบันเข้าสู่ตำแหน่งผ่านการรับรองของวุฒิสภาชุดก่อน ตามหลักธรรมาภิบาลพื้นฐาน กกต. จึงควรส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลฎีกาตัดสิน เพื่อแสดงความชัดเจนว่าองค์กรไม่ได้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้มีพระคุณตามที่อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์

 

ด้านโคทมให้ความเห็นต่อภาพรวมการทำงานของ กกต. ในการจัดการเลือก สว. ว่า กระบวนการที่ผ่านมาสะท้อนว่า กกต. ไม่สามารถรับมือกับกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถในการจัดตั้งได้ และบุคคลที่ออกมาปกป้องกระบวนการนี้มักเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์

 

การทำงานของ กกต. ปัจจุบันขาดการอธิบายเหตุผลที่ชัดเจนต่อสาธารณะ โดยเฉพาะกรณีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติปกติ

 

อย่างไรก็ตาม โคทมยังคงสนับสนุนให้มีองค์กร กกต. ต่อไป เพื่อป้องกันการโอนอำนาจจัดการเลือกตั้งกลับไปยังกระทรวงมหาดไทย แต่เสนอให้ปรับปรุงกระบวนการสรรหาและกลไกการตรวจสอบเอาผิด กกต. ให้รัดกุมขึ้นตามรัฐธรรมนูญ

 

สำหรับการลงมติในวันที่ 14 กันยายนนี้ โคทมประเมินว่า กกต. ต้องเลือกระหว่างการคุ้มครองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน พร้อมระบุว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่มีขนาดใหญ่จนไม่อยู่ในวิสัยที่จะปกปิดได้

 

พร้อมเสนอให้ กกต. นำสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ส่งศาลพิจารณา หากมีความเชื่อถือในพยานหลักฐานเพียงร้อยละ 10 ก็ควรส่งให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณา เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามและเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างเสมอภาค

 

“ผมเดาความรู้สึก กกต. ว่าวันที่ 14 กันยายนนี้ จะเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคุ้มครอง หรือให้ประชาชนจะคุ้มครอง ซึ่งช้างตายทั้งตัวจะเอาใบบัวปิดมิดหรือไม่” โคทมกล่าว

 

ภาพวงเสวนาเรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว. 1ภาพวงเสวนาเรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว. 2ภาพวงเสวนาเรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว. 3ภาพวงเสวนาเรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว. 4ภาพวงเสวนาเรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว. 5ภาพวงเสวนาเรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว. 6

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising