วันนี้ (7 กันยายน) ที่กระทรวงวัฒนธรรม ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พร้อมด้วย ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม แถลงผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2568 รวม 12 คน จากผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมด 595 คน
ศุภจีกล่าวว่า คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติใน 3 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ และศิลปะการแสดง โดยผู้ได้รับการยกย่องประจำปี 2568 ประกอบด้วย
สาขาทัศนศิลป์ จำนวน 4 คน
- พีระพงษ์ ดวงแก้ว สาขาประติมากรรม
- ชัยโรจน์ มหาดำรงค์กุล สาขาภาพถ่าย
- พรธรรม ธรรมวิมล สาขาภูมิสถาปัตยกรรม ผู้ถวายงานพระเมรุมาศรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง
- วีรธรรม ตระกูลเงินไทย สาขาการออกแบบประณีตศิลป์
สาขาวรรณศิลป์ จำนวน 2 คน
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติ
- ไมตรี ลิมปิชาติ
สาขาศิลปะการแสดง จำนวน 6 คน
- สมศักดิ์ ทัดติ สาขานาฏศิลป์ไทย -โขน
- ตรึก ปลอดฤทธิ์ สาขาลิเกป่า
- อังคนางค์ ศิริมณี สาขาหมอลำ – ลำเพลิน
- วิชัย ปุญญะยันต์ สาขาดนตรีไทยสากล
- ณัฐ ยนตรรักษ์ สาขาดนตรีสากล
- ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ สาขาภาพยนตร์และละคร
สำหรับผู้ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 25,000 บาทตลอดชีวิต รวมถึงสิทธิด้านการรักษาพยาบาลภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีงบประมาณ เงินช่วยเหลือกรณีประสบสาธารณภัยตามความเสียหายจริงไม่เกิน 50,000 บาทต่อครั้ง และค่าของเยี่ยมเมื่อเจ็บป่วยหรือในโอกาสสำคัญไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง
กรณีศิลปินแห่งชาติเสียชีวิต จะได้รับเงินช่วยเหลือในการบำเพ็ญกุศลศพ 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะจัดทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส นำศิลปินแห่งชาติประจำปี 2568 เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อรับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ ตามวันและเวลาที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2528 จนถึงปี 2568 มีผู้ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติแล้วรวม 1 พระองค์ และ 389 คน แบ่งเป็นสาขาทัศนศิลป์ 1 พระองค์ และ 116 คน สาขาวรรณศิลป์ 67 คน และสาขาศิลปะการแสดง 206 คน


