วันนี้ (31 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำการศึกษา ผู้นำศาสนาพุทธ-อิสลาม คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ภาคเอกชน กลุ่มสตรีเยาวชน และภาคประชาสังคม ในพื้นที่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. ขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งเปิดเวทีรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จากผู้แทนภาคประชาชน 7 กลุ่มเป้าหมาย รวมกว่า 150 คน ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การรักษาความปลอดภัย การฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาปากท้อง และการพัฒนาเฉพาะพื้นที่และสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อรวบรวมข้อเสนอส่งตรงถึงผู้บริหารระดับนโยบายในการเร่งรัดคลี่คลายปัญหา นอกจากนี้จะจัดเวทีไปอีก 5 จังหวัด ระหว่างวันที่ 1-10 กันยายน 2569
การรับฟังความเห็น เริ่มต้นที่ นายก อบต.กระโด จังหวัดปัตตานี ได้นำเสนอแนวคิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ตำบลกระโด เพื่อตัดวงจรตั้งแต่ต้น โดยได้รวมภาคีในพื้นที่ปฏิญาณตนและให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และสร้างข้อตกลง หรือธรรมนูญชุมชนในการเฝ้าระวังยาเสพติด พร้อมรับใบประกาศหมู่บ้านสีขาว เป็นขวัญกำลังใจให้ในพื้นที่ปลอดภัยยาเสพติด จึงเสนอขอให้รัฐสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดตั้งอาคารศูนย์บำบัดยาเสพติดของตำบลกระโด ให้ชุมชนมีส่วนร่วมและร่วมบริหารจัดการ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ผู้นำศาสนาเข้ามามีส่วนร่วมในการอบรมจริยธรรม สร้างกำลังใจ ปรับทัศนคติ รวมถึงการสร้างอาชีพ
ขณะที่กลุ่มสตรีผู้ได้รับผลกระทบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอจัดตั้งระบบ ‘หนึ่งครอบครัว หนึ่งแผนการช่วยเหลือ’ เพื่อดูแลกลุ่มหญิงม่ายและครอบครัวที่สูญเสียเสาหลัก
ส่วนจังหวัดยะลา นายกสมาคมการศึกษาจังหวัดยะลา ได้เสนอแก้ไขการพัฒนาครูให้ต่อเนื่องและสอดคล้องกับบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากครูตาดีกาและครูอิสลามศึกษา ยังไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาวิชาชีพ และขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ต้องการให้เพิ่มบุคลากรที่เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุน และกํากับด้านการอิสลามศึกษา เนื่องจากมีจํานวนไม่เพียงพอต่อสถานศึกษาและภารกิจ รวมถึงเรียกร้องให้จัดนโยบายและงบประมาณพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาของเด็กและเยาวชน ตั้งแต่โรงเรียนถึงนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเพื่อเป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีกลุ่มผู้นำทางศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) วางกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบพื้นที่ พร้อมมีรถตัดสัญญาณโทรศัพท์เข้ามาจอดในพื้นที่ด้วย จึงคาดว่าเป็นการเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางกระแสข่าวว่าวันนี้ (31สิงหาคม 69) เป็นวันชาติของประเทศมาเลเซีย และที่จังหวัดสงขลาอยู่ระหว่างการจัดประชุม ครม.สัญจร
ด้าน พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมปรับยุทธวิถี เพื่อให้สอดรับกับการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน
ขณะที่ อามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส เขต 2 พร้อมคณะ สส. ชายแดนภาคใต้ เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า ถือเป็นโอกาสอันดีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมารับฟังปัญหาด้วยตนเอง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่โดยตรง
อามินทร์ยอมรับว่า ที่ผ่านมา สส. ในพื้นที่ซึ่งเป็นตัวแทนและเป็นปากเป็นเสียงของชาวบ้าน กลับไม่เคยได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมหารือแก้ไขปัญหาตามที่เคยหารือในคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ วันนี้ สส. ทุกคนด้วยความเป็นห่วงประชาชน จึงตั้งใจเข้ามานำเสนอข้อมูลจริง โดยในวันที่ 3 กันยายนนี้ ตนได้รับการเชิญให้เข้าร่วมประชุม กมธ. ความมั่นคงฯ อีกครั้ง เพื่อนำเสนอข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากที่ 14 สส. เคยยื่นข้อเสนอไว้
สำหรับกระบวนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้นั้น อามินทร์ย้ำว่า การเจรจาเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และไม่ควรมีเพียงหน่วยงานด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ต้องเปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชนที่มีความเหมาะสม ได้เข้ามาร่วมบนโต๊ะเจรจา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) กับส่วนราชการเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของการประชุม ครม. นอกสถานที่ครั้งแรกของรัฐบาล
โดยจะร่วมกันพิจารณาข้อเสนอใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ ซึ่งการพัฒนาจะต้องตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน และสอดคล้องกับศักยภาพในแต่ละพื้นที่
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้การหารือมุ่งระบุปัญหาอย่างชัดเจน เสนอแนวทางที่แก้ไขได้จริง ครอบคลุมทั้งมาตรการระยะเร่งด่วนและการวางรากฐานระยะยาว พร้อมขอให้รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องที่ทำได้ บูรณาการทำงานร่วมกัน ลดข้อจำกัดและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อนำข้อเสนอจากพื้นที่ไปประกอบการพิจารณาในการประชุม ครม. นอกสถานที่ ในวันพรุ่งนี้ (1 กันยายน) ที่จังหวัดสงขลา นำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม










