Tapestry Inc. บริษัทแฟชั่นและลักชัวรีสัญชาติอเมริกัน เจ้าของแบรนด์ Coach และ Kate Spade New York รายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2026 สิ้นสุดวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยทำรายได้ตลอดทั้งปี 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ Coach ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของกลุ่ม ขณะที่ Kate Spade ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย
อย่างที่กล่าวไป Coach ยังคงเป็นพระเอกของผลประกอบการ โดยมีรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.64 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% หรือ 14% เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ขณะที่ตลอดปีงบประมาณมีรายได้ 6.91 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 24% และเป็นการเติบโตแบบตัวเลขสองหลักในทุกไตรมาสของปี 2026
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ Coach ยังคงได้รับความนิยมคือการกลับมาแข็งแกร่งของธุรกิจเครื่องหนังและกระเป๋า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่สามารถสร้างกระแสในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Tabby, Brooklyn และ Belted Ergo ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Gen Z และรักษาแรงส่งของธุรกิจแอ็กเซสซอรีเอาไว้ได้
ในทางกลับกัน Kate Spade New York ยังคงเป็นความท้าทายของ Tapestry โดยมีรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 235.1 ล้านดอลลาร์ ลดลง 7% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ตลอดปีลดลง 10% เหลือประมาณ 1.07 พันล้านดอลลาร์
บริษัทจึงยังอยู่ระหว่างการปรับทิศทาง Kate Spade เพื่อสร้างความต้องการในกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือการแต่งตั้ง Jonathan Saunders เป็น Chief Creative Officer รวมไปถึงการได้ Tyla มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนใหม่
ภาพ: Coach


