วานนี้ (13 สิงหาคม) ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีเปิดงาน Thai Content Experience 2026 (TCX) โดยมี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการจัดงาน ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการและภาคีเครือข่ายในอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนต์ไทยเข้าร่วมงาน ที่ PARAGON HALL ชั้น 5 สยามพารากอน
งาน TCX 2026 จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนต์ไทย ด้วยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่รวบรวมและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในทุกมิติ ครอบคลุมตั้งแต่ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี แอนิเมชัน ไปจนถึงเทคโนโลยีความบันเทิงและแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็น ‘ศูนย์กลางของโอกาส’ ให้ผู้ผลิต นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ได้เชื่อมโยงกันเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก
กิจกรรมที่ยกระดับประสบการณ์ผู้ชมอย่างเต็มรูปแบบ
- 3 Immersive Experiences: หลุดเข้าสู่โลกจำลองของค่ายหนัง GTH, ซีรีส์เด็กใหม่ (Girl From Nowhere) และจักรวาลภาพยนตร์สัปเหร่อ
- Born to Fight Spectacular: ชมแอ็กชันโชว์สุดระห่ำจาก พันนา สตั๊นท์ทีม
- Re-Stage & Cinematic Symphony: ละครเวทีที่นำบทหน้าจอแก้วมาตีความใหม่ พร้อมการบรรเลงดนตรีและนักร้องสดเพื่อย้อนความทรงจำเพลงประกอบภาพยนตร์ไทย
- Exhibition & Showcase: นิทรรศการผลงานจากเหล่าครีเอเตอร์และสตูดิโอชั้นนำที่จัดเต็มเซอร์ไพรส์ตลอดวัน
ในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ด้วยการเปิดบูธนำเสนอศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงให้ข้อมูลด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดขั้นตอนและเพิ่มความชัดเจน
ศานนท์ เปิดเผยถึงบทบาทของ กทม. ว่า ที่ผ่านมาเสียงสะท้อนจากสมาคมผู้ผลิตต่างเห็นตรงกันว่า ปัญหาหลัก (Pain Point) คือ ความยุ่งยากในการขออนุญาตใช้สถานที่ถ่ายทำ เนื่องจากมีหลายหน่วยงานเกี่ยวข้องและขาดเจ้าภาพหลักในการประสานงาน กทม. จึงอาสารับหน้าที่เป็นศูนย์กลางเพื่อลดความยุ่งยากดังกล่าว โดยเริ่มจากการบูรณาการภายในหน่วยงานของ กทม. เช่น สำนักงานเขต สำนักสิ่งแวดล้อม (ดูแลสวนสาธารณะ) และสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (ดูแลโบราณสถาน)
จากนั้นได้ขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานภายนอกกว่า 10 องค์กร เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม และการเคหะแห่งชาติ เพื่อพัฒนาระบบ One Stop Service ขึ้นมาให้บริการแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียวผ่านเว็บไซต์ publicspace.bangkok.go.th
ระบบดังกล่าวเปิดใช้งานมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 จนถึงปัจจุบันมีกองถ่ายเข้ามาใช้บริการแล้วถึง 349 กองถ่าย (แบ่งเป็นกองถ่ายไทย 295 กองถ่าย และต่างประเทศ 54 กองถ่าย) โดยมีสถานที่พร้อมให้บริการครอบคลุมกว่า 706 แห่ง
สำหรับขั้นตอนการขออนุญาต เมื่อผู้ใช้บริการกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์แล้ว เจ้าหน้าที่จะรับเรื่องและบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อกำกับเวลาทำงานอย่างชัดเจน
โดยกำหนดมาตรฐาน (SLA) ให้ต้องตอบกลับภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน และหากเอกสารไม่ครบถ้วน จะมีการระบุรายละเอียดกลับไปเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติมได้ทันที ซึ่งตอบโจทย์การทำงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพของโปรดักชันยุคใหม่


