วันนี้ (8 สิงหาคม) เวลา 14.30 น. ที่เมืองทองธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในช่วงค่ำวันที่ 7 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังลงพื้นที่ดูจุดเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า จากเหตุการณ์นี้เราคงต้องเน้นในเรื่องของอาวุธปืน โดยตนได้คุยกับ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แล้วว่าจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย แม้กระทั่งการออกกฎหมายในเรื่องของการควบคุมอาวุธปืน ต้องให้เข้มข้นมากกว่านี้
จนถึงขณะนี้ตนก็ยังย้ำเหมือนเดิม โดยให้เน้นเรื่องการตั้งด่านตรวจตรา หรือถ้าเราไปพบว่ามีการพกอาวุธปืนเข้าไปในที่สาธารณะที่ใดก็ตาม พกอยู่ในรถหรือออกนอกเคหสถานโดยไม่มีภารกิจหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับทางราชการ ก็ถือว่าผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีข้อหาที่อุกฉกรรจ์ได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสนามยิงปืน รัฐบาลต้องป้องกันอย่างไรก่อนหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า สนามยิงปืนมีกฎระเบียบอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ภายใต้กรมการปกครองของจังหวัด ถ้าขอไปฝึกซ้อมที่สนามยิงปืน ปืนทุกกระบอก ลูกปืนทั้งหมดมีการลงทะเบียน มีการฝากไว้ที่สนามยิงปืน ลูกปืนที่ซื้อเพื่อซ้อมก็ซื้อที่สนามยิงปืน ก็จะควบคุมได้ ซึ่งระเบียบเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นไม่มีปัญหา หากอยากไปใช้ฝึก ไปซ้อม ไปฝึกทักษะการยิงปืน ก็สามารถไปซ้อมที่สนามยิงปืน แต่อย่าออกนอกบ้านหรือพกติดตัวไปเพื่อให้เกิดความอุ่นใจว่ามีอาวุธประจำกายอยู่ ใครเกิดมีเรื่องมีราวขึ้นมา ถ้านำปืนนี้ไปใช้เพื่อไปแก้ปัญหา ก็จะถูกดำเนินคดีที่รุนแรงมาก
เมื่อถามว่ามีคนเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ครูพกปืนไว้ป้องกันตัว อนุทิน กล่าวว่า ก็บอกแล้วว่าไม่ให้มีอาวุธปืน จะไปให้ครูพกปืนได้อย่างไร และครูไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน
เมื่อถามว่ากรณีที่ครอบครองปืนเถื่อนหรือปืนที่ไม่ถูกต้อง จะมีการฟื้นโครงการที่นำปืนเหล่านั้นมาคืนเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีความผิดเหมือนในอดีตหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ปืนเถื่อนก็จะต้องยึดหมด ไม่มีหรอกปืนเถื่อนที่ถูกต้อง มันไม่มี ตราบใดที่ตนเป็นรัฐบาลอยู่ ถ้าใครครอบครองปืนเถื่อน หากถูกจับได้หรือไปทำผิดคดีอื่นขึ้นมา แล้วมีการตรวจค้นบ้านและพบอาวุธปืนเถื่อน ก็เข้าข่ายผิดกฎหมาย ต้องมีการเพิ่มข้อหา เพิ่มกระทง มันไม่คุ้มหรอกครับ ส่วนจะทำอย่างไรกับปืน ก็ต้องเอามาคืนกรมการปกครอง ให้อำเภอหรือสถานีตำรวจทำบันทึกเอาไว้ เพราะปืนเถื่อนเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายโดยธรรมชาติของมันเองอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีน้องที่ก่อเหตุถูกบูลลี่ในภาพกว้าง เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพราะอาจจะไม่ได้โดนน้องคนนี้คนเดียว ในอนาคตอาจจะมีเรื่องบูลลี่เกิดขึ้น อนุทิน กล่าวว่า รอให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ได้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้อย่าไปคาดเดา ปล่อยให้คนมีหน้าที่ดำเนินการ คนที่ไม่มีหน้าที่อย่าเพิ่งไปตั้งข้อสงสัยต่างๆ ขึ้นมาให้เป็นที่กังวลของสังคม
เมื่อถามว่าตอนนี้ทางกรมการปกครองกำลังคุยกันเรื่องที่จะปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย แนวทางระยะยาวจะเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่กรมการปกครองอย่างเดียว ทางตำรวจและผู้ที่เป็นเจ้าพนักงานก็ได้รับข้อสั่งการและนโยบายให้มีการตรวจตราอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าบางบ้านที่มีปืนอยู่แต่ไม่ได้นำออกมาใช้ ต้องกำชับอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องมีทะเบียนก่อน และต้องไม่ให้เด็กเข้าถึง ต้องเก็บไว้อย่างมิดชิด
เมื่อถามว่าเจ้าของปืนกับผู้ที่ก่อเหตุจะต้องรับผิดชอบร่วมกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ปืนถ้าเป็นทะเบียนของใคร ต่อให้ไม่ใช่เด็กแล้วถูกนำไปใช้ในการทำผิดกฎหมาย หรือไปยิงใคร ทำร้ายใคร เจ้าของปืนก็รับเต็มๆ อย่ามาบอกว่าเก็บเอาไว้แล้วเขามาขโมยออกไป หรืออะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ถ้ามีใครเคลื่อนย้ายออกไปจากที่ตัวเองเก็บ ก็ต้องรีบไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ให้เรียบร้อย ถ้าปืนเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือใครและเขาไปทำให้เกิดเหตุการณ์ เจ้าของปืนต้องถูกดำเนินคดีด้วย เป็นผู้ต้องหาร่วมอย่างแน่นอน
แล้วเนื่องจากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นซ้ำๆ เพราะฉะนั้นรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะตั้งข้อหาที่ร้ายแรงและดำเนินคดี และจะขอความร่วมมือไปยังอัยการและศาล เพื่อขอให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับคนที่ไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน
เมื่อถามว่าได้รับรายงานกรณีผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทุกคนได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ ทางกระทรวงสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่ก็มีเคสสีแดงอยู่ 1-2 ราย
เมื่อถามว่านายกฯ จะไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่


