วันนี้ (7 สิงหาคม) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุการณ์ยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยระบุว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์และยุติเหตุรุนแรงได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบสาเหตุ และเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่
จากรายงานเบื้องต้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้รวมทั้งสิ้น 6 ราย แบ่งเป็น
- ครู: จำนวน 3 ราย
- นักเรียน: จำนวน 3 ราย
ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนทั้งสิ้น 15 ราย (บาดเจ็บทั่วไป 13 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 ราย) ซึ่งทั้งหมดได้ถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว ขณะที่ผู้ก่อเหตุยืนยันว่ามีเพียง 1 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกู้ชีพโดยทีมแพทย์
พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปแรงจูงใจในการก่อเหตุได้ เนื่องจากต้องรอการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด ทั้งพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ สภาพแวดล้อม และข้อมูลส่วนตัว เบื้องต้นได้ประสานติดต่อผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุแล้ว ทราบว่าผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่
ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบคืออาวุธปืน ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งพบว่ามีชื่อผู้ครอบครองเป็นบุคคลในครอบครัว โดยเป็นปืนของคุณปู่ของผู้ก่อเหตุเอง
“ตอนนี้ทราบเพียงว่าอาวุธปืนมีชื่อผู้ครอบครองเป็นบุคคลในครอบครัว ส่วนผู้ก่อเหตุนำอาวุธออกมาได้อย่างไร และมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ขอให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน” พล.ต.ท. ไตรรงค์ ระบุ
แม้จะทราบที่มาของปืนเบื้องต้น แต่ตำรวจยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถึงวิธีการนำอาวุธและกระสุนออกมาจากบ้าน ลักษณะการเก็บรักษา ไปจนถึงเส้นทางการเข้าถึงอาวุธทั้งหมด
สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว โดย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการให้ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานด้วยตนเอง พร้อมเร่งเคลียร์พื้นที่ ตรวจสอบหลักฐาน และจัดทำแผนผังจุดเกิดเหตุอย่างรัดกุม
นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังได้สั่งการด่วนให้แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ จัดส่งทีมจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ลงพื้นที่เพื่อดูแลสภาพจิตใจของครู นักเรียน และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อเยียวยาความสูญเสียและลดผลกระทบทางจิตใจในระยะยาว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินหน้าตรวจสอบพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิด พยานบุคคล และเส้นทางการครอบครองอาวุธปืนอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงและสรุปสาเหตุของเหตุการณ์สะเทือนขวัญในครั้งนี้ต่อไป


