วันนี้ (6 สิงหาคม) วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ก กลาง มีมติยึดตามมติ กสถ. โดยวันพรุ่งนี้จะมีการประกาศบัญชีผู้สอบผ่านใหม่
ส่วนผู้ที่ทุจริตการสอบ จะมีการส่งข้อมูลพร้อมแนวทางปฏิบัติไปยังจังหวัดที่มีการบรรจุ ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม โดย ก.จังหวัด จะต้องประชุมเพื่อดำเนินการ ก่อนส่งเรื่องไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อดำเนินการเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม
ส่วนกรณี 97 ราย ที่สอบผ่านเกณฑ์ แต่มีการปรับคะแนนให้ดีขึ้น จะยังมีชื่ออยู่ในประกาศบัญชีใหม่ โดยมีเงื่อนไขให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้องยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว พร้อมทั้งประสานข้อมูลกับ ป.ป.ช. และตำรวจ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาได้ แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีกรอบเวลาการดำเนินการแตกต่างกัน
ส่วนกรณีผู้ที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครองหรือไม่นั้น วรศิษฎ์ ยืนยันว่า กสถ. และ ก.กลาง ทำงานบนข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ ผู้ที่ถูกเพิกถอนจะมีการส่งหลักฐานและแนวทางปฏิบัติจากเลขาธิการ กสถ. ไปยัง ก.จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการด้วย
ส่วนการเตรียมความพร้อมรับมือหากมีการฟ้องร้อง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จะตั้งทีมเพื่อติดตามเรื่องดังกล่าว วรศิษฎ์ ยืนยันว่า ทุกอย่างดำเนินการบนข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์
ส่วนหากมีการฟ้องร้องและผู้ที่ถูกดำเนินการเป็นฝ่ายชนะคดี ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการคืนตำแหน่งนั้น วรศิษฎ์ กล่าวว่า ขออย่าเพิ่งมองไปถึงจุดนั้น ขอให้ดำเนินการในส่วนที่มีข้อเท็จจริงก่อน พร้อมย้ำว่าพบผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจริง
ทั้งนี้ จะมีการส่งคู่มือแนวปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความมั่นใจว่ามีหลักยึดและหลักอ้างอิงในการดำเนินการ ไม่ต้องรู้สึกว่าโดดเดี่ยวในการทำหน้าที่
ขณะที่การประชุมใช้เวลายาวนาน เนื่องจากมีบางประเด็นที่คณะกรรมการมีความเห็นแตกต่างกันในข้อกฎหมาย จึงต้องใช้เวลาในการหาข้อยุติร่วมกัน
สำหรับกรณี ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้หรือไม่ หลังเข้าให้ถ้อยคำกับตำรวจสอบสวนกลางนั้น วรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ใช่อธิบดี และเป็นเรื่องที่ตำรวจดำเนินการอยู่ แต่ยืนยันว่า “เราไม่ปกป้องใคร” หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งสูงกว่าอธิบดีหรือเป็นใครก็ตาม ก็จะดำเนินการทั้งหมด


