วันนี้ (6 สิงหาคม) ที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี พล.ต. วินธัย สุวารี รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบกและโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายกัมพูชาเตรียมยื่นเรื่องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) ให้รับรอง MOU 2543 และแผนที่ 1:200,000 โดยยืนยันว่า กำลังพลในพื้นที่ชายแดนยังคงปฏิบัติหน้าที่เฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง เสริมที่มั่น และเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก แม้ไม่ได้มีการใช้อาวุธ พร้อมเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดและดูแลขวัญกำลังใจโดยยึดความปลอดภัยสูงสุด
พล.ต. วินธัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้กัมพูชาให้น้ำหนักไปที่สงครามข่าวสารในเวทีต่างประเทศมากกว่าการใช้กำลังทหาร ซึ่งตั้งแต่ระดับรัฐบาลจนถึงหน่วยปฏิบัติของกองทัพบกได้คอยตอบโต้ทุกประเด็นอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่กังวลต่อการสร้างสถานการณ์ยั่วยุ เพราะไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย กัมพูชาเดินเกมสื่อสารผ่านผู้แทนพิเศษ UN มาโดยตลอด ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศและกองทัพบกได้เตรียมการรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว และจากการติดตามข้อมูล ไทยไม่ได้เสียเปรียบในเวทีต่างประเทศเลย
ส่วนกรณีความกังวลเรื่องกัมพูชาอาจนำมวลชนกลับเข้ามาในพื้นที่เพื่อกดดันนั้น โฆษก ทบ. ชี้แจงว่า ยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว และที่ผ่านมาไทยได้อธิบายชัดเจนแล้ว เทคนิคการสื่อสารของกัมพูชาอาจทำได้แค่สร้างข่าว แต่ความน่าเชื่อถือต่ำ
พล.ต. วินธัย ยืนยันด้วยว่า ข้อมูลล่าสุดและตัวเลข 650,000 คน เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงชั่วคราว ขณะที่กลุ่มที่ไม่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้มีเพียงหลักพันคน เป็นกลุ่มคนที่เคยรุกล้ำเข้ามาในเขตไทยมาก่อน ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ นานาชาติส่วนใหญ่เข้าใจข้อเท็จจริงนี้ดี สิ่งที่กัมพูชาพยายามเสนอจึงไม่ได้รับการตอบรับ และเชื่อว่าไม่เกินเลยกว่าเวลาที่เราจะพิสูจน์ความจริงให้สังคมโลกได้รับรู้


