วันนี้ (5 สิงหาคม) วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงความคืบหน้ากรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบพบอาคารสูง 50 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร โดยเฉพาะในประเด็นพื้นที่โดยรอบอาคารที่ต้องใช้รองรับรถดับเพลิง
รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก และได้ดำเนินการตรวจสอบรวมถึงกำกับดูแลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทันทีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสภาองค์กรของผู้บริโภค ทาง กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบซ้ำทันที เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าการแก้ไข
วิศณุกล่าวย้ำว่า กทม. ได้ดำเนินการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ข้อ 3 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัด กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้อาคารสูงต้องมีพื้นที่โดยรอบอาคารกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร เพื่อมาตรฐานด้านความปลอดภัย
จากการตรวจสอบอาคารทั้ง 50 แห่ง พบว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการนำพื้นที่โดยรอบอาคารไปใช้งานผิดวัตถุประสงค์และไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ การปลูกต้นไม้ จัดสวน จอดรถ หรือต่อเติมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงพื้นที่ของรถดับเพลิงในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน กทม. จึงได้กำชับให้เจ้าของอาคารเร่งดำเนินการแก้ไขให้กลับมาถูกต้องตามมาตรฐาน
สำหรับผลการดำเนินงานล่าสุด กทม. ได้ทำการตรวจสอบครบถ้วนแล้วทั้ง 50 อาคาร โดยมีรายละเอียดความคืบหน้าดังนี้
- ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ: 12 อาคาร
- อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข: 34 อาคาร
- อยู่ระหว่างการก่อสร้าง: 4 อาคาร
นอกจากประเด็นเรื่องทางวิ่งของรถดับเพลิงแล้ว กรุงเทพมหานครยังได้ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านอื่น ๆ ของอาคารควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างครอบคลุมและรอบด้าน
วิศณุ เน้นย้ำว่า ได้มีข้อสั่งการไปยัง สำนักการโยธาและทุกสำนักงานเขต ให้เร่งติดตามความคืบหน้าของอาคารที่ยังมีข้อบกพร่องอย่างใกล้ชิด โดยกำชับให้เจ้าของอาคารดำเนินการแก้ไขตามกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งให้หน่วยงานรายงานผลเป็นระยะ เพื่อผลักดันให้อาคารทุกแห่งในกรุงเทพฯ มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้อาคารและผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง


