วันนี้ (2 สิงหาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าและข้อชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงคุณสมบัติของบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน ซึ่งปัจจุบันบริษัทดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ว่า เบื้องต้นกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำเป็นต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม เพื่อความรอบคอบและรัดกุมทางกฎหมาย กทม. ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมบัญชีกลางอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อให้วินิจฉัยว่าในกรณีลักษณะนี้ หน่วยงานรัฐสามารถทำสัญญาจ้างกับบริษัทดังกล่าวได้หรือไม่ เนื่องจากกรมบัญชีกลางเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติของผู้ยื่นประมูล ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทเอกชนรายนี้อาจเข้าร่วมการประมูลก่อนที่จะประสบปัญหาทางการเงินจนต้องยื่นฟื้นฟูกิจการ
ชัชชาติ เน้นย้ำว่า ในเชิงการบริหารจัดการ กทม. ต้องการผู้รับเหมาที่มีความมั่นคงทางการเงิน เพื่อรับประกันว่าการดำเนินโครงการจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่ทิ้งงาน แต่ในแง่ของการปฏิบัติ จำเป็นต้องยึดระเบียบข้อกฎหมายเป็นหลัก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินว่าผู้ใดมีหรือไม่มีสิทธิ
ดังนั้น จึงต้องรอความชัดเจนจากกรมบัญชีกลาง เพื่อให้ กทม. สามารถอธิบายต่อสังคมได้อย่างโปร่งใสว่า ทุกขั้นตอนการตัดสินใจเป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง
นอกจากประเด็นเรื่องผู้รับเหมาแล้ว ผู้ว่าฯ กทม. ยังได้เปิดเผยถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน โดยระบุว่าโครงการนี้มีปัญหาหมักหมมมาตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะการออกแบบที่ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่หน้างานจริง ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปได้ยาก อีกทั้งยังมีการแก้ไขแบบโดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นไปได้ในขั้นตอนการก่อสร้างจริง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ
ชัชชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า กระบวนการประมูลก่อสร้างโครงการนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นสุญญากาศ ทางการเมือง ซึ่งเป็นช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้งก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในสมัยที่ 2 ดังนั้น เมื่อได้รับทราบประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้กำชับให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใสที่สุด เพื่อให้สามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ในทุกประเด็น
ส่วนความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังคงมีความล่าช้านั้น ผู้ว่าฯ กทม. อธิบายว่า ความล่าช้าเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย บางโครงการเกิดจากปัญหาขาดสภาพคล่องของผู้รับเหมา หรือเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ซึ่งบางกรณีได้รับการอนุมัติขยายระยะเวลาตามสัญญาไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานและบังคับใช้มาตรการตามสัญญาอย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมระบุทิ้งท้ายว่า แม้จะมีบางโครงการที่ล่าช้า แต่ยังมีอีกหลายโครงการของ กทม. ที่สามารถดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามกำหนดเวลาเช่นกัน


