วันนี้ (4 สิงหาคม) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเสนอในการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีผู้ใดมีแนวคิดที่จะล้มเลิกโครงการบัตรทอง 30 บาท แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปฏิรูปเพื่ออุดช่องโหว่ ไม่ให้ระบบล้มเหลวจากวิกฤตงบประมาณ และเพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนในการดูแลสุขภาพของประชาชน
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง 2 ประการหลัก ที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของระบบสาธารณสุขไทยในปัจจุบัน ปัญหาแรกคือวิกฤตขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาลรัฐ ปัจจุบันหลายแห่งต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนักจนงบประมาณติดลบ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการประชาชน ตัวอย่างเช่น การจำต้องปรับลดปริมาณการจ่ายยาให้ผู้ป่วย จากเดิม 2-3 เดือน เหลือเพียง 2 สัปดาห์ หรือต้องเปลี่ยนยี่ห้อยา เป็นต้น
นอกจากนี้ ภาพรวมของเงินบำรุงโรงพยาบาลยังลดลงอย่างน่าตกใจ จากเดิม 6 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไข อาจส่งผลให้โรงพยาบาลของรัฐทยอยล้มละลายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ปัญหาประการที่สองคือ กลไกและธรรมาภิบาลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยพบว่ามีการผูกขาดตำแหน่งในบอร์ด สปสช. ซึ่งกรรมการบางท่านดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกองทุนในปี 2546 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้วิธีสลับวาระระหว่างบอร์ดบริหารและบอร์ดควบคุมคุณภาพ
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นผ่านการตัดสินใจเชิงนโยบายหลายครั้ง เช่น การปัดตกสิทธิประโยชน์วัคซีน IPD ในเด็ก โดยอ้างเหตุผลว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณที่ผิดจุด โดยไปเน้นที่บริการรองอย่างคลินิกนวัตกรรม แต่กลับทำให้งบประมาณสำหรับการรักษาผู้ป่วยหนักหรือผู้ป่วยวิกฤตมีไม่เพียงพอ
“การยอมรับความจริงว่าระบบกำลังมีปัญหา คือขั้นตอนแรกในการร่วมมือกันแก้ไข เพื่อให้บัตรทองเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง” นพ.สมฤกษ์ ระบุ พร้อมเสนอแนวทางการปฏิรูป 6 ข้อ
- ปรับเพิ่มและจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้อัตราค่ารักษาพยาบาลสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
- จัดลำดับความสำคัญของปัญหาสาธารณสุข เน้นการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- ตั้งกองทุนระบบปฐมภูมิ ตาม พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการส่งเสริมและป้องกันโรค
- สร้างระบบธรรมาภิบาล วางกลไกการตรวจสอบที่โปร่งใสและเข้มแข็ง โดยเฉพาะกระบวนการได้มาซึ่งบอร์ดและอนุกรรมการ
- ระงับการเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือกองทุนย่อย หากยังไม่มีแหล่งงบประมาณรองรับที่ชัดเจน
- แยกงบหมวดเงินเดือนบุคลากร ให้ออกจากเงินหมวดงบเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนบัตรทอง
ปลัด สธ. ย้ำทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และทำให้ประชาชนทุกคนยังคงได้รับการบริการด้านการส่งเสริม ป้องกัน และรักษาโรคได้อย่างยั่งยืนต่อไป


