คิม อริส บุตรชายคนเล็กของอองซานซูจี อดีตผู้นำพลเรือนของเมียนมา เปิดเผยต่อสื่อว่า การพบกันระหว่างมารดาของเขากับตัวแทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) นั้นทำให้เขามีความหวัง และเรียกการพบกันครั้งนี้ว่า เป็น “ความคืบหน้าเชิงบวกครั้งแรก” ในกรณีของซูจีในรอบกว่าห้าปี นับตั้งแต่ถูกจับกุมและคุมขังภายหลังการรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาในปี 2021
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเมียนมาเปิดเผยว่า อาร์โนด์ เดอ แบ็ก (Arnaud de Baecque) ผู้แทน ICRC ประจำเมียนมา ได้เข้าพบซูจี ในช่วงเช้าวานนี้ (3 สิงหาคม) และได้เผยแพร่ภาพถ่ายของการพบกันดังกล่าว
ขณะที่ ICRC ออกแถลงการณ์ยืนยันการพบกับซูจี โดยระบุว่าการเข้าเยี่ยมซูจีในครั้งนี้ เป็นไปตามมาตรฐานและขั้นตอนสำหรับการเข้าเยี่ยมผู้ถูกจำกัดเสรีภาพและได้รับโอกาสให้พูดคุยกับอดีตผู้นำเมียนมาเป็นการส่วนตัว พร้อมย้ำว่า เธอสามารถแลกเปลี่ยนข่าวสารกับครอบครัวได้ แต่ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของ ICRC เกี่ยวกับการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ จะเป็นความลับและถูกส่งต่อให้ “เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมตัวเท่านั้น”
การอนุญาตให้ ICRC เข้าพบซูจี เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการให้รัฐบาลทหารเปิดเผยที่อยู่และสถานะของอดีตผู้นำพลเรือน ตลอดจนเรียกร้องให้ปล่อยตัวซูจี
โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าว ยังเกิดขึ้นก่อนที่พลเอกอาวุโสมินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคมนี้ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐบาลเมียนมาตอบสนองแรงกดดันอาเซียน-จีน
The Irrawaddy สื่อท้องถิ่นของเมียนมา รายงานบทสัมภาษณ์คิม ซึ่งให้ความเห็นต่อท่าทีของรัฐบาลเมียนมาว่า “เขาคิดว่ารัฐบาลเผด็จการกำลังตอบสนองต่อแรงกดดันจากทั้งอาเซียนและจีนในขณะนี้”
เขากล่าวเสริมว่า “หลังจากที่พวกเขา (รัฐบาลทหารเมียนมา) จัดการเลือกตั้ง พวกเขากำลังพยายามทำให้ตัวเองถูกต้องตามกฎหมาย และส่วนหนึ่งของกระบวนการนั้นคือการแสดงให้เห็นว่า แม่ของผมยังมีชีวิตอยู่และสบายดี”
อย่างไรก็ตาม คิมกล่าวว่า แม่ของเขาถูกควบคุมตัวภายใต้ “ข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง” และยังคงถูกปฏิเสธสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการติดต่อกับครอบครัวและผู้แทนทางกฎหมายของเธอ
“นี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ต้องไม่ใช่ก้าวสุดท้าย” คิมกล่าว โดยเขาเป็นผู้นำในโครงการ Proof of Life ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์ระดับนานาชาติที่เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาแสดงหลักฐานว่า แม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ และสภาพร่างกายของเธอเป็นอย่างไร หลังจากถูกคุมขังโดยตัดขาดการติดต่อมาเป็นเวลาหลายปี
“ผมหวังว่ามันจะนำไปสู่การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่มากขึ้น การติดต่อโดยตรงกับแม่ของผม ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของเธอ และท้ายที่สุดคือการปล่อยตัวเธอโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข พร้อมกับนักโทษการเมืองทั้งหมด” เขากล่าว
คิมยังได้แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อผู้สนับสนุนครอบครัวของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการ Proof of Life” โดยกล่าวว่าเสียงของพวกเขา ร่วมกับอาเซียนและความพยายามระดับนานาชาติอื่นๆ “ช่วยให้ชะตากรรมมารดาของเขาอยู่ในความสนใจของนานาชาติ”
ภาพ : Khine Khine Soe, Myanmar Government spokesperson/Handout via REUTERS
อ้างอิง :


