×

เปิดวิสัยทัศน์ ‘เพ็ชร ชินบุตร’ เลขาฯ กอช. คนใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกแตะ 3 ล้านคน จัดระเบียบ ‘หวยเกษียณ’ ให้แล้วเสร็จในปีนี้

03.08.2026
  • LOADING...
ภาพ เพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการ กอช. คนใหม่

เปิดวิสัยทัศน์ ‘เพ็ชร ชินบุตร’ เลขาฯ กอช. คนใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกอีก 140,000 คนภายในสิ้นปี ดันสมาชิกแตะ 3 ล้านคน พร้อมเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินกองทุนเป็น 18,000 ล้านบาท และเร่งจัดระเบียบโครงการ ‘หวยเกษียณ’ ให้พร้อมภายในปีนี้

 

 
 

วันนี้ (3 สิงหาคม) เพ็ชร ชินบุตร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เผยวิสัยทัศน์กับสื่อมวลชนครั้งแรกนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเผยว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ของปีนี้ เพิ่มจำนวนสมาชิกให้ได้อีก 1.4 แสนคน ตามเกณฑ์การประเมินของ ทริส เรตติ้งส์ (Tris Rating)

 

เพ็ชรเผยว่า จะเพิ่มจำนวนสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ ผ่านการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการดึงผู้ที่ประกอบอาชีพ ‘กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’ ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพอื่นควบคู่ด้วย และไม่ได้เป็นผู้ประกันตนประกันสังคม ราว 1-2 หมื่นคน จากจำนวน ‘กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน’ ทั้งหมดราว 50,000-60,000 อำเภอ

 

นอกจากนี้ยังตั้งเป้าดึงเยาวชนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น โดยเน้นที่กลุ่มอายุ 15-18 ปี ราว 20,000 คน จากทั้งหมด 200,000 คน โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนรุ่นใหม่รู้จักกองทุนการออมแห่งชาติมากขึ้น

 

ขณะที่สมาชิกในส่วนที่เหลือจะเน้นดึงจากกลุ่มอาชีพอิสระ เช่น เกษตรกร ไรเดอร์ ค้าขาย แม่บ้าน

 

“เรื่องเร่งด่วนของผมตอนนี้คือ ทำยังไงให้ประชาชนเข้าถึงการออมได้ง่าย ออมได้เร็ว โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 15 ปี” เพ็ชรกล่าว

 

สถานะกองทุนในปัจจุบัน

 

ปัจจุบัน กองทุนการออมแห่งชาติ มีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 2,894,483 คน แบ่งเป็นสมาชิกที่ออมเงินสม่ำเสมอราว 2 แสนราย สมาชิกที่ออมเงินบ้างแต่ไม่ต่อเนื่องราว 6 แสนคน ส่วนที่เหลืออีกราว 2 ล้านคนเป็นสมาชิกที่เข้ามาแล้วไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี โดยเพ็ชรตั้งใจว่าจะเพิ่มจำนวนสมาชิกให้ได้เป็น 5 ล้านคนภายในเร็วๆ นี้ แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน

 

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้น 16,297.16 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินออมจากสมาชิกราว 11,000 ล้านบาท และเป็นเงินที่รัฐสมทบอีกราว 5,000 ล้านบาท โดยเพ็ชรตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินกองทุนให้ได้เป็น 18,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี

 

โดย ณ วันที่ 3 สิงหาคม กองทุนการออมแห่งชาติ มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 3.12% แบ่งมีอัตราผลตอบแทนจากเงินฝากประจำอยู่ที่ 1.12% และสามารถเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้ 1.2% จากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปีที่ 0.98%

 

ต่อยอดดึงแรงงานไทยในต่างประเทศเข้า กอช.

 

เพ็ชรมองว่าเป้าหมายระยะยาวของ กอช. คือการเพิ่มสัดส่วนผู้สูงอายุที่มีเงินออมเพียงพอจนไม่ตกอยู่ในภาวะยากจนจากราว 30% เป็น 50% ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย เพราะแม้แต่นิวซีแลนด์เองยังต้องใช้เวลาถึง 35 ปี นับตั้งแต่วางเป้าหมายในลักษณะเดียวกัน

 

ที่สำคัญ เพ็ชรระบุว่า หากสามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกได้ 1.4 แสนคนได้สำเร็จ จะทำให้กองทุนการออมแห่งชาติมีสมาชิกรวมเป็น 3 ล้านคน

 

สำหรับเป้าหมายขั้นต่อไปในการเพิ่มสมาชิกให้เป็น 5 ล้านคน เพ็ชรจะหารือกับกระทรวงแรงงาน ในการดึงแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ เช่น อิสราเอล มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ทั้งหมดราว 4-5 แสนคนให้เข้าเป็นสมาชิก

 

จัดระเบียบ ‘หวยเกษียณ’ ให้เสร็จในปีนี้

 

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ‘สลาก กอช.’ หรือโครงการ ‘หวยเกษียณ’ ที่ริเริ่มในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพ็ชรระบุว่าอยู่ระหว่างการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จนประกาศใช้เป็นกฎหมาย รวมถึงพัฒนาระบบเทคโนโลยีของ กอช. เพื่อรองรับโครงการดังกล่าว

 

ทั้งนี้ เพ็ชรตั้งเป้าจะดำเนินการด้านกฎหมายกับ ระบบเทคโนโลยีให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ แต่จะเริ่มขายในปีหน้าหรือไม่นั้น ให้รัฐบาลเป็นผู้กำหนดอีกที

 

กองทุนการออมแห่งชาติคืออะไร

 

กองทุนการออมแห่งชาติ คือ กองทุนบำนาญภาคสมัครใจที่จัดตั้งโดยรัฐบาล เพื่อสร้างหลักประกันรายได้ในวัยเกษียณให้แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระและนอกระบบ โดยมีเงินสมทบจากรัฐบาลและการันตีผลตอบแทน

 

โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

 

  • มีสัญชาติไทย อายุ 15-60 ปีบริบูรณ์
  • ไม่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม (ยกเว้นผู้ประกันตน มาตรา 40 ที่เลือกทางเลือกที่ 1)
  • ไม่เป็นข้าราชการหรือสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
  • ไม่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 

เงื่อนไขการออมและเงินสมทบจากรัฐ

 

ออมเงินสะสมขั้นต่ำครั้งละ 50 บาท สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี โดยมีรัฐบาลช่วยจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้ตามช่วงอายุของสมาชิก สูงสุดไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

 

  • อายุ 15-30 ปี: รัฐสมทบ 50% ของเงินออม
  • อายุ >30-50 ปี: รัฐสมทบ 80% ของเงินออม
  • อายุ >50-60 ปี: รัฐสมทบ 100% ของเงินออม

 

สิทธิประโยชน์

 

  • รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีพเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
  • เงินสะสมและผลประโยชน์ทบต้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories