วันนี้ (1 สิงหาคม) ความคืบหน้าเกี่ยวกับการบริหารจัดการปัญหาคนหายและศพนิรนามในประเทศไทย มูลนิธิกระจกเงา ได้ออกมายืนยันเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกับภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางด้านระเบียบและข้อกฎหมายที่เพิ่งเกิดขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา มูลนิธิกระจกเงาได้ทำหนังสือยื่นขอเข้าหารืออย่างเป็นทางการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการติดตามคนหาย การจัดการศพนิรนาม และการบริหารจัดการข้อมูลคนหายระดับประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนข้อค้นพบจากการลงพื้นที่ทำงานภาคสนาม สถานการณ์คนหายในปัจจุบัน สถิติที่น่าสนใจ ปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอ ตลอดจนข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือตอบกลับมายังมูลนิธิฯ โดยระบุเนื้อหาใจความว่า ทางหน่วยงานได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด และได้มีการกำชับแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัดเป็นอย่างดีแล้ว พร้อมทั้งแนะนำให้ทางมูลนิธิฯ ประสานงานผ่านทางหน่วยงานฝ่ายเลขานุการที่เกี่ยวข้องแทนการเข้าพบหารือโดยตรง
ทว่า สถานการณ์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นฉบับเดียวกับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้อ้างอิงในหนังสือตอบกลับ โดยมติ ครม. นี้มีเป้าหมายเพื่อเตรียมการปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการคนหายและศพนิรนามในภาพรวมของประเทศใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น
แม้จะเคยได้รับการปฏิเสธการเข้าหารือในเบื้องต้น แต่มูลนิธิกระจกเงายังคงแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า ทางมูลนิธิฯ ยังคงพร้อมเสมอที่จะนำเอาองค์ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานภาคสนามอย่างยาวนาน มาแลกเปลี่ยนและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยคาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีโอกาสได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนามของไทยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทุกหน่วยงาน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการช่วยเหลือประชาชนและครอบครัวผู้สูญหายให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น


