×

Molly Tea แพ้ยกแรกคดีลายดอกไม้ 4 กลีบ แต่คนในวงการชาจีนมองว่าการตกเป็นจำเลยของ Louis Vuitton อาจทำให้แบรนด์ได้มากกว่าเสีย

29.07.2026
  • LOADING...
ภาพหน้าร้าน Molly Tea แสดงป้ายชื่อและแก้วเครื่องดื่ม

ศาลประชาชนชั้นกลางเมืองซูโจวมีคำพิพากษาชั้นต้นให้ Molly Tea เชนร้านชานมจีน ยุติการละเมิดเครื่องหมายการค้าของ Louis Vuitton ออกคำขอโทษต่อสาธารณะ และชดใช้ค่าเสียหาย 10.3 ล้านหยวน (ประมาณ 51.19 ล้านบาท) จากกรณีโลโก้รูปดอกไม้ 4 กลีบ

 

ทว่าคำตัดสินที่ดูเหมือนเป็นชัยชนะของแบรนด์หรูฝรั่งเศสรายนี้ กลับจุดกระแสถกเถียงอย่างดุเดือดในจีน ว่าแบรนด์ต่างชาติควรมีสิทธิ์ผูกขาดลวดลายที่มีรากมาจากวัฒนธรรมร่วมได้มากน้อยเพียงใด

 

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือมุมมองจากคนในอุตสาหกรรม โดยผู้บริหารในวงการชารายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Caixin ว่าการถูกฟ้องครั้งนี้อาจกลายเป็นผลดีต่อ Molly Tea เสียเอง เพราะทำให้ผู้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น

 

เขาชี้ว่าแม้สุดท้าย Molly Tea จะแพ้คดีและต้องเปลี่ยนสัญลักษณ์ดอกไม้จริง ผลกระทบต่อยอดขายหน้าร้านก็อาจจำกัด เพราะบริษัทยังไม่ได้สะสมมูลค่าแบรนด์จากโลโก้พิพาทมากถึงขนาดที่การเปลี่ยนโลโก้จะสั่นคลอนธุรกิจ

 

สอดคล้องกับความเห็นใจที่บริษัทได้รับ โดยข้อมูลจาก Weibo แสดงให้เห็นว่ายอดผู้ติดตามบัญชีทางการของ Molly Tea เพิ่มขึ้น 250,000 รายภายใน 30 วันหลังคดีเป็นที่รับรู้

 

ทั้งนี้ ตามรายงานของ Nikkei Asia คำพิพากษาดังกล่าวยังไม่ถูกเผยแพร่ในฐานข้อมูลคำพิพากษาออนไลน์ของจีนอย่างเป็นทางการ เนื้อหาที่รับรู้กันมาจากส่วนที่หลุดออกมาทางออนไลน์ ขณะที่ทั้งสองบริษัทยังไม่ออกแถลงการณ์ และผู้ก่อตั้ง Molly Tea ระบุกับสื่อจีนว่าเตรียมยื่นอุทธรณ์

 

เหตุผลที่ศาลชี้ว่าดอกไม้ 4 กลีบไม่ใช่แค่ลายทั่วไป

 

หัวใจของข้อพิพาทอยู่ที่ลายดอกไม้ 4 กลีบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของลาย Monogram ที่ Louis Vuitton สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า

 

ในจีน บริษัทจดทะเบียนทั้งลาย Monogram ทั้งชุดและองค์ประกอบย่อยแต่ละชิ้นเป็นเครื่องหมายการค้าแยกต่างหาก ขณะที่ Molly Tea ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเซินเจิ้น ก็ใช้ดอกไม้ 4 กลีบเป็นภาพจำหลักบนป้ายร้าน, แก้ว, ถุง และบรรจุภัณฑ์

 

ศาลระบุว่าลายดอกไม้ 4 กลีบถูกใช้อย่างแพร่หลายทั้งในวัฒนธรรมดั้งเดิมและงานออกแบบสมัยใหม่ แต่เห็นว่าเครื่องหมายที่ Louis Vuitton จดทะเบียนไว้มีรายละเอียดเฉพาะมากพอ ทั้งความโค้งของเส้น, จุดตัดของลายเส้น และโครงสร้างโดยรวม จนแยกออกจากลายเรขาคณิตทั่วไปได้

 

อีกประเด็นที่ศาลหยิบยกคือเจตนา โดยระบุว่า Louis Vuitton ส่งหนังสือทางกฎหมายถึง Molly Tea 2 ฉบับเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 แต่แทนที่จะหยุดใช้ลายพิพาท บริษัทกลับออกแบบแก้วและสินค้าอื่นที่คล้ายกับเครื่องหมายและสินค้าของ Louis Vuitton มากขึ้นไปอีก

 

ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดแบรนด์กระเป๋าหนังถึงฟ้องร้านชานมได้นั้น ศาลเห็นว่าธุรกิจทั้งสองต่างให้บริการเครื่องดื่มแก่ผู้บริโภคและมีกลุ่มลูกค้าทับซ้อนกัน ประกอบกับ Louis Vuitton เองก็เปิดคาเฟ่และร้านอาหารด้วย

 

แต่เหตุผลที่มีน้ำหนักกว่าคือวัฒนธรรมการจับมือข้ามแบรนด์ในตลาดชาและกาแฟจีน ที่ออกสินค้ารุ่นพิเศษร่วมกับแบรนด์แฟชั่นอยู่บ่อยครั้ง เช่นที่ Louis Vuitton เคยร่วมกับเชนกาแฟ Manner ในปี 2022 และ Heytea ที่ร่วมกับ Fendi ในปี 2023

 

ศาลจึงเห็นว่าแม้ผู้บริโภคอาจไม่คิดว่าเครื่องดื่มของ Molly Tea ผลิตโดย Louis Vuitton โดยตรง แต่ก็อาจเข้าใจผิดว่าทั้งสองบริษัทมีความร่วมมือทางธุรกิจกันอยู่

 

เมื่อคำถามใหญ่กว่าตัวคดี

 

คำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้นักกฎหมายและสื่อของรัฐจีนเห็นต่างกัน โดย People’s Daily ระบุว่าบริษัทมีสิทธิ์นำทรัพยากรทางวัฒนธรรมสาธารณะมาดัดแปลงเชิงสร้างสรรค์และจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า แต่การจดทะเบียนไม่ควรทำให้ผูกขาดมรดกทางวัฒนธรรมนั้นได้ทั้งหมด

 

ขณะที่หนังสือพิมพ์ Legal Weekend มองต่างออกไปว่า กฎหมายเครื่องหมายการค้าไม่ได้คุ้มครองตัวดอกไม้ แต่คุ้มครองความหมายที่ก่อตัวขึ้นจากการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ การใช้อย่างต่อเนื่องยาวนาน และการลงทุนสร้างแบรนด์

 

ประเด็นนี้ยังโยงถึงที่มาของลวดลาย โดย Louis Vuitton ระบุว่าลาย Monogram ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตนูโว, กระแสนิยมญี่ปุ่น และศิลปะตราประจำตระกูลแบบโกธิก แต่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีนกลับเปรียบเทียบดอกไม้ 4 กลีบนี้กับลายจีนโบราณอย่างลายขั้วลูกพลับ และลายดอกไม้มงคลที่เรียกว่าเป่าเซียงฮวา

 

ไต้ เจียเผิง (Dai Jiapeng) หุ้นส่วนสำนักงานกฎหมาย BZW ในปักกิ่ง อธิบายว่ากฎหมายเครื่องหมายการค้าจีนไม่ได้ห้ามจดทะเบียนลวดลายตกแต่ง รวมถึงลายที่มาจากวัฒนธรรมดั้งเดิม ตัวอย่างเช่นโลโก้ของ China Unicom ที่พัฒนามาจากลายเงื่อนจีน

 

เขาชี้ว่าในคดีละเมิดนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเครื่องหมายที่ถูกกล่าวหาคล้ายกับที่จดทะเบียนไว้หรือไม่, ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะสับสนหรือไม่ และจำเลยจงใจลอกเลียนหรือไม่

 

กระแสต้านที่ลามจนเกิดข่าวลือ

 

ความไม่พอใจของสาธารณชนขยายวงจนเกิดข้อมูลคลาดเคลื่อน โดย Global Times รายงานว่ามีการแชร์กันอย่างกว้างขวางว่า Louis Vuitton ฟ้องโครงการที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งในเมืองเซี่ยเหมิน จากลายดอกไม้ที่ตกแต่งบนอาคาร

 

ศาลประชาชนเขตหูหลี่ในเซี่ยเหมินได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าคดีที่ Louis Vuitton ยื่นฟ้องเป็นเรื่องผู้ประกอบการร้านเสื้อผ้าในชุมชนที่ถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า ไม่เกี่ยวข้องกับลายบนตัวอาคาร และคดียังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณา

 

รายงานของ China Newsweek ระบุว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา Louis Vuitton ยื่นฟ้องคดีที่เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าในจีนไปแล้วกว่า 1,600 คดี ขณะที่ข้อมูลของไต้ระบุว่า ณ วันที่ 16 กรกฎาคม บริษัทยื่นคัดค้านคำขอจดทะเบียนลายดอกไม้ 4 กลีบต่อหน่วยงานกำกับดูแลไปแล้ว 151 คดี และชนะถึง 83%

 

ไต้มองว่าปฏิกิริยาของสาธารณชนครั้งนี้อาจเปลี่ยนวิธีที่แบรนด์ต่างๆ ใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย เพราะต้องชั่งน้ำหนักต้นทุนด้านภาพลักษณ์ควบคู่ไปกับความหนักแน่นของคดีมากขึ้น

 

ขั้นตอนต่อไปของข้อพิพาทยังไม่ชัดเจน ทั้งในแง่ที่ว่ากระบวนการชั้นอุทธรณ์เริ่มขึ้นแล้วหรือไม่ และคำพิพากษาถึงที่สุดจะถูกเผยแพร่เมื่อใด

 

ภาพ : Cheng Xin/Getty Images

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories