คลังปรับปรุงเกณฑ์บัตรสวัสดิการ ‘รถ-การศึกษา-หุ้นส่วน-บัญชีหลักทรัพย์’ พร้อมขยายเวลาทบทวนสิทธิถึง 20 กันยายนนี้ และปรับแผนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการกลุ่มเดิม 13.18 ล้านคนใช้สิทธิได้ต่ออีก 2 เดือนถึง 30 กันยายนนี้ ยังใช้สิทธิ ‘40:60’ ไม่ได้
วันนี้ (23 กรกฎาคม) วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ครั้งที่ 10/2569 ว่าที่ประชุมได้มีการหารือตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงการคลังปรับเงื่อนไขเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ในการประชุมดังกล่าว มีดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม และมีการเรียนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณา ประกอบด้วย
- กรมการขนส่งทางบก
- กรมการปกครอง
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- กรมส่งเสริมการเรียนรู้
- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
- ธนาคารแห่งประเทศไทย
- บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
โดยที่ประชุมมีข้อสรุปในเบื้องต้น ดังนี้
1. กลุ่มเดิมใช้สิทธิยาวถึงกันยายนนี้
สำหรับผู้มีบัตรกลุ่มเดิมปี 2565 ราว 13.18 ล้านคน ยังได้รับสิทธิยาวไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม และกลุ่มผู้หมดสิทธิจะยังไม่ถูกโยกไปใช้สิทธิ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60:40’
ส่วนผู้ได้รับสิทธิโครงการใหม่ ปี 2569 จะเริ่มรับสิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
2. ขยายเวลายื่นอุทธรณ์
ที่ประชุมเห็นควร ขยายเวลาขออุทธรณ์ได้ถึง วันที่ 31 สิงหาคม 2569 และสามารถติดต่อหน่วยงานเพื่อยื่นหลักฐานได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569
3. ทบทวนเกณฑ์ กรรมสิทธิ์ในการถือครองรถ
ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอของกรมการขนส่งทางบก ในการเร่งดำเนินการตรวจสอบดูแล ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประสงค์ยื่นอุทธรณ์ในกรณีของการครอบครองรถ ดังนี้
- รถถูกโอนลอย สิ้นสภาพ หรือเป็นซากไปแล้ว แต่ทรัพย์สินยังคาทะเบียนอยู่ หรือถูกสวมชื่อเป็นเจ้าของรถ กรมขนส่งฯ พร้อมรับแจ้งทุกกรณี
- การครอบครองสภาพรถที่เก่ามาก และต้องมีมูลค่าต่ำ โดยกำหนดไว้เป็นรถยนต์ที่อายุเกินกว่า 20 ปี รถจักรยานยนต์อายุเกินกว่า 15 ปี พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบกจะช่วยดูแลปรับทะเบียนให้ถูกต้อง และยกเว้นค่าใช้จ่ายภาษีให้
ที่สำคัญกว่านั้น กรมขนส่งฯ พบอีกว่า นับตั้งแต่ปี 61 ที่มีการให้บัตรสวัสดิการเป็นต้นมา มีผู้รับบัตรสวัสดิการได้ทำการจดทะเบียนรถใหม่ทั้งรถป้ายแดง และรถมือสองราว 2.5 ล้านราย ถือเป็นข้อมูลอีกชุดที่สะท้อนว่า ผู้รับบัตรสวัสดิการบางรายมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจะต้องถูกตัดสิทธิ
4. ทบทวนเกณฑ์สถานะ นักเรียนนักศึกษานอกระบบ
วินิจเผยว่า ที่ประชุมพิจารณายกเว้นสิทธิให้แก่ นักเรียนนักศึกษานอกระบบที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งครอบคลุมนักเรียนภายใต้สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวะนอกระบบ เนื่องจากข้อมูลพบว่า เป็นผู้ที่รับการศึกษาเพิ่มเติมระหว่างการประกอบอาชีพ และมีสถานะที่ลำบาก
5. ทบทวนเกณฑ์ผู้ถือหุ้นและกรรมการในบริษัทของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับปรุงข้อมูลกรณีเป็น หุ้นส่วนวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า ผู้ถูกตัดสิทธิราว 15,000 ราย เป็นกรรมการบริษัท ที่เป็นการจัดตั้งตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือของชุมชน หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ตัวแทนชุมชนในบริษัทที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร
จากรายชื่อทั้งหมด พบว่า ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ มีการเป็นผู้ถือหุ้น เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน และเป็นหุ้นส่วนในบริษัทจำกัด เป็นหุ้นส่วนในบริษัทมหาชนจำกัด อยู่ทั้งหมด 122,324 คน และมีรายชื่อเข้าไปถือหุ้นในนิติบุคคล เป็นกรรมการ เป็นหุ้นส่วน หรือเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคล 139,804 นิติบุคคล
สะท้อนว่าผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บางรายมีสถานะเป็นหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 นิติบุคคลขึ้นไป โดยมีบุคคลที่ถือหุ้นสูงสุดมากถึง 126 นิติบุคคล ซึ่งเป็นกลุ่มที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเร่งตรวจสอบต่อไป
6. ทบทวนเกณฑ์ถือครองบัญชีหลักทรัพย์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บัญชีหลักทรัพย์บางรายการมีการเปิดไว้โดยไม่มีการซื้อขายเป็นเวลานาน หรือมีวงเงินที่ต่ำมาก กระทรวงการคลังจึงพิจารณายกเว้นสิทธิให้ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนถูกสวมสิทธิใช้ชื่อในบัญชีหลักทรัพย์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะทำการตรวจสอบภายหลัง
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยมีการสนับสนุนการดำเนินงานบริการแบบ One Stop Service ผ่านที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้คำแนะนำ ประสานการตรวจสอบข้อมูล อำนวยความสะดวก ในการยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน

