×

นายกฯ มอบนโยบายท้องถิ่นที่ชลบุรี ให้สัญญาลูกผู้ชาย หนุนเจ้าหน้าที่เต็มที่ ย้ำไม่รับเคลียร์ทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นตราบาป ลอยอังคารก็ลบไม่ออก

โดย THE STANDARD TEAM
22.07.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวปาฐกถาในการประชุมที่ชลบุรี

วันนี้ (22 กรกฎาคม) ที่จังหวัดชลบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมามอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล แก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน 1,200 คน ที่สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมในวันนี้ ซึ่งมีสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเข้าร่วม ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของรัฐบาล อีกทั้งยังถือว่าคุ้มค่า เพราะตนได้มาเปิดงานอีกหนึ่งงานในสถานที่เดียวกัน และมีโอกาสพบปะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สส. และผู้แทนจากจังหวัดใกล้เคียง

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ปัจจุบันภัยคุกคามด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจในพื้นที่ ความปลอดภัย คุณภาพชีวิตของประชาชน และความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ จึงจำเป็นต้องร่วมกันกำหนดแนวทางรับมืออย่างจริงจัง

 

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ ซึ่งจะเห็นว่าเวลาออกไปจับกุมสิ่งผิดกฎหมาย จะได้รับความชื่นชมและการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาล ด้วยความเชื่อมั่น ไม่เคยมีใครได้รับโทรศัพท์ลึกลับ ไม่เคยมีใครถูกถามว่า “รู้ไหมว่าคนที่ท่านจับคือใคร” เพราะเดี๋ยวนี้โรคความจำเสื่อมหายไปหมดแล้ว เพราะรัฐบาลให้ความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุน

 

“ถ้าพูดภาษาวัยรุ่นอย่างพวกเรา คือ ‘สุดซอย’ กับผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมาย เราเรียกตัวเองว่าข้าราชการของแผ่นดิน ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้รักษากฎหมาย เป็นนักปกครองไม่ได้ หากเราปล่อยให้คนกระทำผิดกฎหมายลอยนวล หรือทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งที่พวกเรามีหน้าที่รักษากฎหมาย หากพูดกันตามตรง คือการมาทำสิ่งชั่วร้ายบนหัวของพวกเรา ซึ่งเราไม่ยอมเด็ดขาด”

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ประเพณีของพวกเรา แค่ใครมาจับหัวก็ไม่ยอมแล้ว แต่นี่คือการมาทำความชั่วร้ายในพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบดูแล ทำผิดกฎหมาย นี่ไม่ใช่แค่เอามือลูบหัว แต่ถือว่าเขาเอาเท้ามาลูบหัวเรา ซึ่งเป็นถิ่นที่ไม่มีใครยอมได้ ขอให้ลองนึกสภาพว่า หากมีใครเอาเท้ามาลูบศีรษะเรา จะรู้สึกอย่างไร ก็ขอให้ท่านปฏิบัติแบบนั้น เพื่อให้เขาเกิดความเกรงกลัว นี่คือวิธีการทำงานของรัฐบาลนี้ต่อผู้ที่คิดว่าจะทำผิดกฎหมายในรัฐบาลนี้

 

อนุทินกล่าวต่อว่า เมืองชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่มีภูมิประเทศเอื้อต่อผู้ที่ต้องการกระทำผิด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอยและแหล่งอุตสาหกรรมของประเทศ มีเงินสะพัด ดังนั้นเราต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดี ไม่ปล่อยให้กลไกสีดำ สีเทา บางอย่าง ทำให้รายได้ของพวกเขาถูกเจียดออกไป และทำให้อนาคตของพวกเขาลำบาก

 

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ต้องขออนุญาตทุกคนว่า เราต้องรักษามาตรการและยกระดับความปลอดภัย ป้องกันอาชญากรรมให้อยู่ในระดับที่เป็นต้นแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนไม่ใช่คนที่มีอำนาจสูงสุด มีบารมีมากที่สุด หรือมีอิทธิพลสูงสุดในประเทศนี้ เพราะมีคนเช่นนั้นอีกมาก แต่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล จึงขอยืนยันว่า การขับเคลื่อนเพื่อปราบปรามและป้องกันไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเกิดขึ้นในเขตความรับผิดชอบ จะไม่มีสิ่งใดทำให้หน้าที่การงาน ตำแหน่ง หรือสถานะของท่านได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และหากจะได้รับผลกระทบ ก็จะเป็นผลกระทบในทางที่ดี คือได้เลื่อนสูงขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ทุ่มเทเสียสละเพื่อพี่น้องประชาชน ถือว่าวันนี้เรามาเพื่อให้สัญญาลูกผู้ชายต่อกัน

 

นายกรัฐมนตรีระบุต่อว่า เรามีมาตรการป้องกันยาเสพติดที่เป็นวาระแห่งชาติ ย้ำว่ายาเสพติดต้องหมดไป ต้องตัดวงจรการค้า การลำเลียง การแพร่ระบาด และการเสพยาเสพติด จึงขอให้ทุกจังหวัดทำงานร่วมกัน เช่นเดียวกับการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาด

 

นอกจากนี้ มีคนกระซิบกับตนว่า หากนายอำเภอเอาจริงเอาจัง ยาเสพติดจะไม่มีทางแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ซึ่งตนก็เชื่อเช่นนั้น หากนายอำเภอทำงานอย่างเต็มที่ ประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ชุมชนเหล่านั้นก็จะเป็นชุมชนและตำบลสีขาว

 

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ KPI ไม่ว่าจะกำหนดไว้หรือไม่ก็ตาม เมื่อสวมเครื่องแบบและรับหน้าที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ต้องร่วมกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน โดยตนจะพยายามขยายผลให้ครอบคลุมกว่า 800 อำเภอทั่วประเทศ ทำงานร่วมกับผู้กำกับการกว่า 2,000 คน แบ่งเป็นภาค ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดเกิดผลเป็นรูปธรรม

 

อนุทินกล่าวว่า อีกเรื่องสำคัญคือ เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถพกอาวุธปืนได้เฉพาะเวลาปฏิบัติหน้าที่ แต่ประชาชนทั่วไปพกอาวุธปืนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอดีตข้าราชการ นักธุรกิจ หรือใครก็ตาม แม้แต่ตัวท่านเอง หากไม่ได้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ก็พกอาวุธปืนไม่ได้

 

ในสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองได้ประกาศเรื่องห้ามพกพาอาวุธปืน และไม่ต่อใบอนุญาต ดังนั้นที่ผ่านมา คนที่นำใบอนุญาตมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็นเลขอะไรก็ตาม ตนจำไม่ได้ เพราะตนไม่เคยพก ใบอนุญาตเหล่านั้นมีอายุไม่เกิน 1 ปี เพราะฉะนั้น นับตั้งแต่มีนโยบายห้ามพกปืนจนถึงวันนี้ ผ่านมาเกิน 2 ปีแล้ว แสดงว่าใบอนุญาตเหล่านั้นหมดอายุเกือบทั้งหมด หรือกว่า 99% ดังนั้น ใครที่ยังพกปืนออกไปข้างนอก ถือว่าผิดกฎหมาย ทุกคนต้องทราบเรื่องนี้

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ทุกวันนี้เห็นผู้มีชื่อเสียงออกรายการโดยพกปืนติดตัว เมื่อเห็นต้องจับทันที จะเหน็บเอวก็ไม่ได้ วางไว้บนรถก็ไม่ได้ ต้องเก็บปืนและถอดแม็กกาซีนแยกจากตัวปืนตามกฎหมาย และย้ำว่าใบอนุญาตเหล่านั้นหมดอายุแล้ว ดังนั้น หากทุกคนยึดหลักนี้ ก็ไม่ต้องตีความอะไรอีก ใครพกปืน คือผิด และผิดหนักด้วย

 

พร้อมยกตัวอย่างว่า หากไปที่จังหวัดนครสวรรค์ คนพกปืนไม่มีรอด เพราะถือว่าเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในยุคนี้ หากดำเนินการอย่างเต็มที่ คนที่พกปืนโดยไม่มีสิทธิ์ก็คือโจรต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เพราะเราห้ามประชาชนพกปืน ตนเซ็นเอกสารเรื่องนี้แล้วหลายครั้ง จึงขอให้ทุกคนช่วยกันดำเนินการ อย่าให้คนเหล่านี้เป็นภัยต่อสังคม ทำให้ประชาชนเดือดร้อน หากมีปัญหา ก็ชกต่อยกันยังดีกว่า เพราะเมื่อมีปืน ความยุติธรรมจะไม่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น จึงขอย้ำให้ดำเนินการเชิงรุกและอย่างเต็มที่

 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องธุรกิจนอมินี ซึ่งอาจพบในบางจังหวัดภาคใต้ เช่น เกาะพะงัน และจังหวัดภูเก็ต แม้จะมีชื่อผู้ถือครองเป็นคนไทย แต่แท้จริงกลับถูกต่างชาติครอบงำ มีการจัดสัดส่วนผู้ถือหุ้นให้ดูเหมือนคนไทยเป็นเจ้าของ ทั้งที่ความจริงถูกกำกับโดยต่างชาติ ซึ่งกฎหมายถือว่าผิด

 

อนุทินยังระบุว่า ปัจจุบันมีการใช้คำว่าพ่อทิพย์ เป็นวิธีหลีกเลี่ยงกฎหมาย แทนที่จะรับโทษ ก็หาช่องทางเอาเปรียบประเทศไทย โดยอาศัยคนไทยที่มีความรู้ด้านกฎหมายช่วยพลิกแพลง คนเหล่านี้ต้องถูกปราบปราม

 

ส่วนกรณีพ่อทิพย์ถือว่าหนัก เพราะเด็กแรกเกิดสามารถถือหุ้นในนิติบุคคลได้ หากพ่อแม่โอนหุ้นหรือทรัพย์สินให้ แม้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็มีผู้แทนโดยชอบธรรมดำเนินการแทน ทำให้ในทางกฎหมายกลายเป็นคนไทยถือหุ้น 100% แต่แท้จริงถูกกำกับโดยพ่อทิพย์ ตนขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ เพราะแม้ผู้กระทำผิดจะหาวิธีย้ายรูปแบบการกระทำผิด ก็ยังตามจับได้ พร้อมระบุว่า “เก่งพอ ๆ กับคนที่บ้านของเรา เก่งทุกเรื่อง จับได้หมด”

 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการขุดบิตคอยน์ การลักลอบใช้ไฟหลวง สิ่งเหล่านี้ต้องทำให้เห็นว่า หากมีการขุดบิตคอยน์แอบอยู่ในทาวน์เฮาส์หรือหมู่บ้าน ก็ต้องจับกุม เพราะมั่นใจว่า 90% ใช้ไฟฟรี เราไม่เคยอนุญาตให้มีการประกอบธุรกรรมลักษณะเช่นนี้ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขอให้รู้ไว้ว่าคนเหล่านี้ไม่มีสีขาว มีแต่สีเทากับสีดำ

 

ดังนั้น หากพบสามารถดำเนินคดีได้ทันที สิ่งเหล่านี้ต้องหมดไปจากประเทศ บางประเทศมองว่าเราเป็นปฏิปักษ์กับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของทุกคนที่จะจัดการ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ทุกประเทศมีอาชญากรรม แต่เราต้องกดระดับอาชญากรรมให้เหลือน้อยที่สุด เพราะผู้ที่จะมาเที่ยว มาใช้ชีวิต หรือมาลงทุน ล้วนพิจารณาปัจจัยด้านความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ทำได้ดี เพราะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ระบบการเงินและสกุลเงินต้องมีความน่าเชื่อถือ มีการดูแลเรื่องการฟอกเงินเป็นอย่างดี มีระบบภาษีที่น่าเชื่อถือ มีระบบยุติธรรม มีศาลที่ยุติธรรม และมีตำรวจที่คอยดูแลประชาชน

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เรื่องท้องถิ่น ตนยินดีที่จะใช้นโยบายกระจายอำนาจ ให้ได้ปกครองและบริหารพื้นที่ของท่านอย่างเต็มที่ ขออย่างเดียวว่าต้องบริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต้องคิดถึงวันหน้า อย่าคิดถึงแค่วันนี้ การสอบหรือจะดำเนินการอะไรก็แล้วแต่ หากเรารับข้าราชการคนใหม่เข้ามาด้วยการแก้ข้อสอบและการทุจริต ประเทศไทยและลูกหลานของเราจะอยู่อย่างไร แม้แต่ตัวเราเองในอีก 20-30 ปีข้างหน้าจะอยู่อย่างไร เราต้องการประเทศที่เข้มแข็ง ต้องการการบริการที่ดี ต้องการคนที่เก่งและมีความสามารถเข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่ต้องการคนที่เอาเปรียบผู้อื่นเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน

 

นายกรัฐมนตรีให้คำยืนยันได้เลยว่า ในอำนาจที่ตนมีอยู่ จะไม่มีใครมาทำให้ตนเปลี่ยนใจ หรือยอมยื่นมือช่วยเหลือการกระทำอันเลวร้ายเช่นนี้ได้ ในขณะที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล คนที่รู้จักตนดีพอจะทราบเรื่องนี้ดี ไม่มีการมาบอก พี่หนูอย่างโน้น อย่างนี้ แบบนั้นก็คงต้องเข้าสู่บริการฝากหัวใจ ไม่ว่าจะสนิทกันขนาดไหนก็ไม่ได้

 

“พวกท่านก็เช่นกัน ให้บอกเขาว่า ‘พี่อย่าพูดดีกว่า ถ้าจะคบกัน’ เราต้องมีคำพูดให้เขาเห็นว่าเรามีเส้นกั้นอยู่ หากใครหวังว่าจะโทรหาแล้วจะไม่คบกัน ก็ไม่เป็นไร เพราะแก่แล้ว อยู่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เรามีหน้าที่ เราจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะเรื่องพวกนี้มันติดตัวเราเป็นขี้เถ้า เอาไปลอยอังคารก็คงไม่สามารถลบล้างบาปที่เกิดจากการกระทำที่ผิดพลาดของเราได้”

 

อนุทินกล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าปัญหาจะต้องเป็นศูนย์ แต่ขอให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แค่นี้ประเทศไทยก็จะเดินหน้าต่อได้

 

“เรื่องต่างประเทศก็ไม่ต้องห่วง เรามีมืออาชีพที่จะทำให้ประเทศไทยกลับเข้ามาอยู่ในเรดาร์ของโลกได้ วันนี้มีแต่คนอยากร่วมมือกับประเทศไทย เราไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ถ้าเราจะไปถึงจุดนั้น เราต้องมีดีพอที่จะไปคุยกับเขาด้วย”

 

นายกรัฐมนตรียืนยันด้วยว่า ไม่มีภัยใดๆ จากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะประเทศไทยมีความเข้มแข็งเพียงพอ มั่นใจว่าคนที่มีสติดีจะไม่รุกรานประเทศไทย เพราะทราบดีว่า หากรุกรานแล้วจะต้องเผชิญกับอะไร เนื่องจากข้าราชการของไทยมีความเข้มแข็ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรุกราน แต่เขาทราบดีว่าหากรุกราน จะต้องเจอกับอะไร

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising