วันนี้ (21 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง) ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ เพื่อพิจารณาเพิกถอนการบรรจุ 5,928 รายชื่อ ว่า เรื่องนี้มีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว ตนเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ แต่จะพิจารณาเอกสารต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (กสถ.) รายงานมาแล้ว แต่ยังไม่ได้เห็นเอกสารอย่างเป็นทางการ โดยขณะนี้มี วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องดังกล่าว
ส่วนที่เคยระบุว่าจะเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเองนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า เป็นกรณี “ถ้ามีปัญหา” แต่ขณะนี้หลายเรื่องเริ่มมีความกระจ่างแล้ว จึงปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงใด ๆ
ส่วนกรณีมีการตั้งคำถามว่าสามารถใช้มติ กสถ. ในการเพิกถอนการบรรจุโดยไม่ต้องรอมติ ก.กลาง ได้หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลหลายด้าน บางคนพูดอย่างหนึ่ง บางคนพูดอีกอย่าง ต้องให้ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นผู้พิจารณา
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการที่มีหน้าที่ตรวจสอบต้องดำเนินการให้ครบถ้วนก่อน ส่วนการตีความเป็นหน้าที่ของผู้ได้รับผลกระทบ หากเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถเรียกร้องหรืออุทธรณ์ได้ โดยรายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมการ กสถ. ก.กลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าจะมีการสาวไปถึงตัวการใหญ่ในกระบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่นมากกว่านี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามการสืบสวนของตำรวจสอบสวนกลางที่ได้นำตัวบุคคลเกี่ยวข้องมาดำเนินคดี และมีการแจ้งความเพิ่มเติม ขณะที่คณะกรรมการ กสถ. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติม
ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะหน่วยงานที่ติดตามเรื่องนี้จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก พร้อมยืนยันว่าทุกหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่ ทุกคนมีพื้นฐานของความเป็นข้าราชการ และรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
เมื่อถามย้ำว่าจะชี้แจงกับประชาชนอย่างไร หลังคดีทุจริตดังกล่าวถูกพุ่งเป้าไปที่พรรคการเมืองและนักการเมือง นายกรัฐมนตรีระบุว่า “นี่คือรัฐบาล ไม่ใช่พรรคการเมือง” โดยข้อสั่งการของรัฐบาลไปยังหน่วยงานต่าง ๆ คือ ต้องไม่มีเรื่องการทุจริต
รัฐบาลไม่สามารถทำให้มีข้าราชการเพิ่มขึ้นมาด้วยการทุจริต หรือให้ผู้ที่สอบตกกลายเป็นผู้สอบได้ เพราะเมื่อมีการสอบ ผลต้องเป็นไปตามคะแนนที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ แล้วคนสอบตกจะมาแย่งสิทธิ์จากคนสอบได้ได้อย่างไร ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ส่วนจะสามารถกล่าวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ถึงใคร คนนั้นก็ต้องโดน” อย่างที่ตนได้พูดไปว่า ป.ป.ช. ตำรวจ และคณะกรรมการทุกชุดที่ตรวจสอบ ต่างมีความชำนาญในการสืบสวนสอบสวนคดีอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำถึงกรณีมีการอ้างข้อมูลว่าเส้นเงินโยงถึงรัฐมนตรีตึกขาว นายกรัฐมนตรีชี้ไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นตึกสีขาวหรือสีครีม หากโยงไปถึงใคร “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” แค่นั้นเอง


