×

พล.ต.อ. สำราญ นวลมา แคนดิเดต ผบ.ตร. เบอร์ 3 ที่สังคมจับตาในฐานะตัวเต็ง ‘นอนมา’ คุมทัพสีกากี

โดย THE STANDARD TEAM
21.07.2026
  • LOADING...
ภาพ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา ในเครื่องแบบตำรวจ

สมรภูมิการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 ทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ แม้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 จะให้น้ำหนักกับเรื่อง อาวุโสเป็นเกณฑ์สำคัญ แต่ช่องว่างที่กฎหมายเปิดไว้ให้พิจารณาความรู้ความสามารถ ควบคู่กันไป ทำให้สปอตไลต์ทุกดวงสาดส่องมาที่แคนดิเดตอาวุโสลำดับที่ 3 อย่าง ‘พล.ต.อ. สำราญ นวลมา’ รอง ผบ.ตร.

 

 
 

ด้วยฐานอายุราชการที่ยังเหลืออีกหลายปี ประสบการณ์หน้างานที่โชกโชน และความไว้วางใจจากฝ่ายบริหาร ทำให้เกิดกระแสการเล่นคำพ้องเสียงนามสกุลของเขาในหน้าสื่ออย่างกว้างขวางว่า งานนี้อาจจะไม่ได้แค่ ‘นวลมา’ แต่คือการ ‘นอนมา’

 

THE STANDARD พาไปพิจารณาโปรไฟล์และผลงานของ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา เพื่อวิเคราะห์ว่า ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องการข้ามห้วยอาวุโส อะไรคือ ‘จุดแข็ง’ ที่ทำให้เขาถูกวางตัวเป็นตัวเต็งอันดับต้นๆ ในสายตาสังคมและการเมือง

 

สายปฏิบัติการครบเครื่อง: จากทฤษฎีสู่หน้างานจริง

 

พล.ต.อ. สำราญ ในวัย 53 ปี เติบโตมาจากสายป้องกันปราบปรามและสายตรวจอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่รองสารวัตรสอบสวน สน.พระโขนง ขยับเข้าสู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (191) ไต่เต้าจนเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ในปี 2564 ควบคุมพื้นที่เมืองหลวง และขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. ในเดือนตุลาคม 2568

 

สิ่งที่ทำให้โปรไฟล์ของเขามีน้ำหนัก ไม่ใช่แค่การเติบโตในหน่วยงานหลัก แต่คือการลงทุนกับความรู้เชิงยุทธวิธี เขาผ่านหลักสูตร นเรศวร 261 และบินข้ามทวีปไปฝึกฝนหลักสูตรยิงปืน SIG SAUER ACADEMY รวมถึงหลักสูตรรับมือเหตุกราดยิง (FBI-ALERT Active Shooter Response) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งกลายเป็นแต้มต่อสำคัญเมื่อเกิดเหตุวิกฤตในไทย

 

ภาพจำในฐานะผู้บัญชาการหน้างาน ในยุคที่ตำรวจถูกตั้งคำถามเรื่องการบริหารสถานการณ์วิกฤต พล.ต.อ. สำราญ มักปรากฏตัวในฐานะผู้คุมหน้างานด้วยตนเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็น:

 

  • การนำชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 เข้าคลี่คลายเหตุกราดยิงที่เทอร์มินอล 21 โคราช
  • การคุมสถานการณ์เหตุกราดยิงที่จังหวัดเพชรบุรี และเหตุสารวัตรคลั่งย่านสายไหม
  • การบัญชาการยุทธการควบคุมความไม่สงบของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง (แม้ในมิตินี้จะมีความท้าทายเรื่องสิทธิมนุษยชนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประชาสังคมควบคู่ไปด้วยก็ตาม)

 

ปราบทุนจีนสีเทา-ล้างบางยาเสพติด

 

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ชื่อของ พล.ต.อ. สำราญ มีน้ำหนักในการชิงเก้าอี้ ผบ.ตร. คือผลงานการปราบปรามในช่วงปี 2568-2569 ที่สอดรับกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะคดีความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ

 

  • ปฏิบัติการ ‘ถอดเกล็ดมังกร’: การทลายเครือข่ายทุนจีนสีเทาพ่อทิพย์ ที่ใช้วิธีจ้างชายไทยรับรองบุตรในสูติบัตรเพื่อสวมสิทธิ์สัญชาติไทย ซึ่งปัจจุบันเตรียมยกระดับเป็นคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ปฏิบัติการ ‘ปิดฉากแรงเงา’: กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสวมสิทธิ์ G-Code ดำเนินคดีกับอดีตเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเด็ดขาด
  • การยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดระดับชาติ: อาทิ เครือข่าย ตั้ม เขาชี (เงินหมุนเวียนกว่า 1,200 ล้านบาท) และการอายัดทรัพย์เครือข่ายนายทุนจีน มินมินอู (มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท)

 

ในด้านการบริหารจัดการ เมื่อครั้งเป็น ผบช.น. กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นหน่วยงานเดียวของ ตร. ที่ได้คะแนนประเมินความโปร่งใส (ITA) ในระดับ ‘ผ่านดีเยี่ยม’ รวมถึงการผลักดันงบประมาณจัดซื้อเสื้อเกราะ 14,000 ตัว และโดรนตรวจจับความร้อน ซึ่งช่วยซื้อใจผู้ใต้บังคับบัญชาได้ในระดับหนึ่ง

 

ทำไมสังคมถึงมองว่า ‘นอนมา’

 

หากวิเคราะห์ด้วยหลักรัฐศาสตร์และการบริหารองค์กร เหตุผลที่ พล.ต.อ. สำราญ กลายเป็น ‘ตัวเต็ง’ แม้จะอยู่อาวุโสลำดับ 3 มาจาก 3 ปัจจัยหลัก

 

  • อายุราชการและเสถียรภาพ: ด้วยวัย 53 ปี พล.ต.อ. สำราญ มีอายุราชการเหลืออีกหลายปี หากรัฐบาลต้องการผู้นำองค์กรที่สามารถสานต่อนโยบายระยะยาวและควบคุมเอกภาพในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนม้ากลางศึกบ่อยๆ เขาย่อมเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์
  • ความครบเครื่อง บู๊-บุ๋น: รัฐบาลปัจจุบันต้องการผลงานเชิงประจักษ์ด้านยาเสพติดและมาเฟียข้ามชาติ ประวัติการเป็นมือปราบที่ลงหน้างานจริงของเขา สอดรับกับความต้องการของฝ่ายการเมืองที่ต้องการกู้ศรัทธาประชาชน
  • การยอมรับในหมู่นักเรียนนายร้อย: สายสัมพันธ์และความเป็นผู้นำที่สั่งสมมาจากการเติบโตในสายกำลังรบ (นครบาล-191) ทำให้เขามีฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากระดับปฏิบัติการ

 

แม้เส้นทางของ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา จะเต็มไปด้วยผลงานเชิงประจักษ์และศักยภาพที่พร้อมรบ แต่ความท้าทายสูงสุดไม่ได้อยู่ที่การพิสูจน์ฝีมือปราบปรามโจรผู้ร้าย แต่อยู่ที่การฝ่าด่านความชอบธรรม

 

หากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ตัดสินใจเลือกแคนดิเดตเบอร์ 3 ข้ามอาวุโสลำดับ 1 และ 2 เหตุผลที่นำมาอธิบายต่อสังคมจะต้องมีน้ำหนักมากพอที่จะลบล้างข้อครหาเรื่อง ‘ตั๋วการเมือง’ และต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า นามสกุล ‘นวลมา’ ที่สังคมล้อเลียนว่า ‘นอนมา’ นั้น มาจากฝีมือที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การจัดวางอำนาจของขั้วการเมืองใดการเมืองหนึ่ง

 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising