รัฐบาลได้ขยายเวลายื่น อุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกไปถึง 20 กันยายน 2569 และเตรียมผ่อนปรนหลักเกณฑ์สำหรับผู้ที่ตกเกณฑ์จากปัญหาการถือครองรถยนต์ที่ไม่สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจ และยกเลิกการตัดสิทธิผู้ที่ยังมีสถานะเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเปิดศูนย์บริการแบบ ‘One Stop Service’ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (20 กรกฎาคม) รัฐบาลแถลงความคืบหน้าการอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย โดยมี สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลง
คมนาคมเสนอผ่อนเกณฑ์รถยนต์ หลังพบผู้ตกสิทธิจากรถเก่า-โอนลอย-ถูกสวมสิทธิ
สิริพงศ์ เผยว่า เกณฑ์รอบใหม่ มีความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคัดกรองผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคม พบประชาชนจำนวนมาก ประสบปัญหาจากเกณฑ์ปัจจุบัน ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิจะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ ยกเว้นรถบางประเภท ได้แก่ 1) รถจักรยานยนต์ที่มีกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี 2) รถยนต์สามล้อ 3) รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง และ 4) รถใช้งานเกษตรกรรม
โดยกระทรวงคมนาคม พบประชาชนจำนวนมากไม่ผ่านคุณสมบัติจากปัญหาการถือครองรถที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง 4 กรณี ได้แก่
- ครอบครองรถเก่าที่ไม่ได้ใช้งานมานาน
- รถสูญหายหรือสิ้นสภาพไปนานแล้ว
- รถที่จำหน่ายไปแล้วแต่เป็นการโอนลอย ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์
- ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิซื้อรถ
กระทรวงคมนาคมจึงส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอให้ทบทวนหลักเกณฑ์ โดยมีแนวทางที่เสนอ ดังนี้
- รถยนต์อายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี จะไม่นำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ
- ผู้ถือครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน หากมีภาระผ่อนชำระคันใดคันหนึ่ง จะไม่นำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ
- กรณีรถยังมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ แต่สิ้นสภาพแล้วหรือไม่ได้ต่อทะเบียน สามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อบันทึกข้อมูลได้
- ผู้ที่จำหน่ายรถแล้วแต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ สามารถนำหลักฐานการขายไปแจ้งกรมการขนส่งทางบก หรือหากไม่มีหลักฐานสามารถบันทึกถ้อยคำได้
- ผู้ที่ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิซื้อรถ สามารถแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อบันทึกข้อมูลได้
เลิกตัดสิทธินักศึกษานอกระบบ
นอกจากนี้ ในส่วนกระทรวงการศึกษา รัฐบาลยังเตรียมปรับเกณฑ์ ไม่ตัดสิทธิผู้ที่มีชื่อเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบ เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเพื่อประกอบอาชีพ จึงจะไม่นำสถานะการศึกษาเพียงอย่างเดียวมาใช้เป็นเหตุในการตัดสิทธิอีกต่อไป แต่ยังพิจารณาคุณสมบัติด้านอื่นร่วมด้วย
“รัฐบาลจะดำเนินการปรับเกณฑ์นักเรียนนักศึกษาในส่วนนอกระบบ ได้แก่ สกร. อาชีวะนอกระบบ หรือนักศึกษาอื่นที่มีความยากจนและเข้าข่ายได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่ถูกตัดสิทธิจากการเป็นนักเรียนนักศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย” สิริพงศ์กล่าว
ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. ตั้ง One Stop Service ทุกอำเภอ
นอกจากการทบทวนหลักเกณฑ์แล้ว รัฐบาลยังขยายเวลายื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิ จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม ออกไปเป็น 20 กันยายน 2569
สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ แอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ หรือไม่สะดวกเดินทางไปยังหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank)
ทางกระทรวงมหาดไทยจะจัดตั้งให้ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์บริการแบบ ‘One Stop Service’ เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กรมการขนส่งทางบก และธนาคารในพื้นที่ เพื่อช่วยกันตรวจสอบข้อมูลและอำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์
นอกจากนี้ ยังมอบนโยบาย ‘อำเภอพึ่งได้’ ให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านทำงานเชิงรุก รับเรื่องจากประชาชนในพื้นที่เพิ่มเติม โดยกรมการขนส่งทางบกจะจัดทำแบบฟอร์มร่วมกับกรมการปกครอง เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อมูลของประชาชน
คลังชง ครม. รับผู้ตกเกณฑ์เข้า 60:40 ส่วนเกณฑ์รถยนต์รอ คกก.ประชารัฐ
ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ วินิจระบุว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ผู้ที่ตกเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60:40’ ได้ก่อน
ขณะที่ข้อเสนอปรับเกณฑ์การถือครองรถยนต์ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาเป็นขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม วินิจไม่ได้ระบุกรอบเวลาว่าคณะกรรมการฯ จะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวเมื่อใด
วินิจกล่าวเพิ่มเติมว่า ฐานข้อมูลที่ได้จากการลงทะเบียนและการอุทธรณ์สิทธิครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ภาครัฐมองเห็นระดับความเดือดร้อนของประชาชนได้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อนำไปใช้กำหนดมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมในระยะต่อไป
พาณิชย์เร่งช่วยผู้ตกเกณฑ์กรณีเป็นผู้ถือหุ้น-กรรมการบริษัท
ด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากกรณีมีรายชื่อเป็น ผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท เข้าตรวจสอบข้อมูลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมออกหนังสือแจ้งผลเพื่อนำไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์ต่อกระทรวงการคลัง
เบื้องต้น พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตรวจพบรายชื่อประชาชนที่ยื่นขอรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นหุ้นส่วน กรรมการ และผู้ถือหุ้น 139,804 ราย แบ่งเป็น
- มีรายชื่อเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน 41,007 ราย
- มีรายชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด 98,797 ราย กระจายอยู่ทั่วประเทศ และได้ส่งข้อมูลข้างต้นให้กระทรวงการคลังรับทราบแล้ว

