วานนี้ (14 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ครั้งที่ 2/2569 พร้อมด้วย นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารระดับสูง และภาคประชาสังคมเข้าร่วม
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะการเกิดที่น้อยลง ดังนั้น เป้าหมายที่สำคัญ คือ การทำให้เด็กและเยาวชนที่เกิดมามีคุณภาพและผลิตภาพ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาจึงต้องก้าวให้ทัน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า “การส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนต้องมีความครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพทั้งกายและใจ ทักษะชีวิต และทักษะด้านอาชีพในอนาคต ผ่านการจัดสวัสดิการและการให้บริการที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม”
นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นว่าความสำคัญของการพัฒนาต้องเริ่มจาก การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขาได้สะท้อนความต้องการ หรืออุปสรรคที่กระทบต่อการใช้ชีวิตโดยมีผู้ใหญ่คอยหนุนเสริม ผลักดันความต้องการ และขจัดปัญหาอุปสรรคเหล่านั้นให้เด็กและเยาวชนเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ จัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดช่วงอายุ 0-6 ปีแบบถ้วนหน้า ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป และเห็นชอบยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียนและช่วยให้เด็กได้รับสิทธิรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทางกระทรวง พม. จะเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้การพัฒนาเด็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตประชากรและยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ซึ่งมาตรการนี้จะเน้นการใช้กลไกชุมชนร่วมดูแล บูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง และสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมประเด็นการพัฒนา 6 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 2. การพัฒนาสุขภาวะจิตและสุขภาวะที่ดี 3. การขยายโอกาสด้านการจ้างงาน 4. การรับประกันการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย 5. การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 6. การป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน
พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการผลักดันให้มีผู้แทนเยาวชนเข้าร่วมในกลไกของกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย


