×

จีนทดสอบขีปนาวุธจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เรารู้อะไรบ้าง และทำไมโลกต้องกังวล

โดย THE STANDARD TEAM
08.07.2026
  • LOADING...
ภาพขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 กรกฏาคม) กองทัพเรือจีนประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธทิ้งตัวระยะไกล (Ballistic Missile) จากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงขีดความสามารถและทักษะที่รุดหน้าของปักกิ่งภายใต้ยุทธศาสตร์การป้องปรามทางนิวเคลียร์

 

 

ขณะเดียวกัน การทดสอบดังกล่าวเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงจากสหรัฐฯ ตลอดจนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่จีนยิงขีปนาวุธทิ้งตัวลงสู่น่านน้ำสากล

 

แม้ปักกิ่งจะแจ้งเตือนล่วงหน้าไปยังบางประเทศในภูมิภาคแล้ว แต่หลายประเทศมองว่าเป็นการแจ้งกระชั้นชิดเกินไป ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การทดสอบนี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ความตึงเครียดในเอเชียที่กำลังเผชิญกับการสะสมกำลังทางทหารอยู่ก่อนแล้ว

 

และนี่คือสิ่งที่เรารู้และยังไม่รู้เกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธในครั้งนี้

 

แกะรอยประเภทขีปนาวุธที่ปักกิ่งยังปิดเงียบ

 

จีนประกาศเรื่องการทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวในวันจันทร์ แต่เป็นการเปิดเผยหลังจากที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยระบุว่าขีปนาวุธถูกยิงเข้าไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก

 

ทั้งนี้ การยิงขีปนาวุธในน่านน้ำสากลถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แม้มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จะเคยทำการทดสอบยิงขีปนาวุธของตัวเองในลักษณะเดียวกัน

 

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนออกแถลงการณ์สั้นๆ ว่า การยิงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมประจำปีตามปกติ ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล อีกทั้งไม่ได้มุ่งเจาะจงประเทศหรือเป้าหมายใดโดยเฉพาะ แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของขีปนาวุธ ขณะที่มีรายงานว่า ขีปนาวุธดังกล่าวติดตั้งหัวรบจำลอง ไม่ใช่หัวรบนิวเคลียร์จริง

 

ต่อมาในวันอังคาร สำนักข่าวซินหัวได้เผยแพร่ภาพถ่ายของขีปนาวุธดังกล่าวโดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ด้านผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจเป็นขีปนาวุธรุ่น JL-2 หรือ JL-3 ซึ่งต่างก็เป็นขีปนาวุธทิ้งตัวที่ยิงจากเรือดำน้ำ (SLBM) แต่ภาพที่ปรากฏยังไม่ชัดเจนพอที่จะระบุรุ่นได้อย่างแน่ชัด

 

ด้าน Global Times สื่อแท็บลอยด์ของรัฐบาลจีน รายงานว่า ขีปนาวุธนี้น่าจะเป็นรุ่น JL-3 มากที่สุด ซึ่งมีพิสัยทำการไกลกว่า 10,000 กิโลเมตร ส่วนรุ่น JL-2 จะมีพิสัยทำการที่สั้นกว่า

 

นานาประเทศรุมประท้วง

 

ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ต่างพากันประท้วง แม้จีนจะออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์โดยขอให้ประเทศต่างๆ “หลีกเลี่ยงการตีความเกินจริง” แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความกังวลของนานาประเทศนั้นมีเหตุผลรองรับ

 

ดรูว์ ธอมป์สัน นักวิชาการอาวุโสจากสถาบัน S. Rajaratnam School of International Studies ในสิงคโปร์ ชี้ว่า ความกังวลส่วนใหญ่เกิดจากการขาดข้อมูลที่ชัดเจน “การยกระดับกองทัพให้ทันสมัยและการเสริมสร้างกำลังทหารของจีนเกิดขึ้นโดยปราศจากความโปร่งใส ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเจตนาที่แท้จริงของปักกิ่ง”

 

นายกรัฐมนตรี แอนโทนี อัลบานีซี ของออสเตรเลีย กล่าวว่า จีนไม่ได้แจ้งเตือนรัฐบาลออสเตรเลียล่วงหน้ามากพอ

 

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือการกระทำที่ยั่วยุและบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค” อัลบานีซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร ระหว่างเยือนกรุงโฮนีอารา ประเทศหมู่เกาะโซโลมอน

 

“นี่คือการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ โดยยิงจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะโลกของเราต้องการลดอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่เพิ่ม และการที่ทดสอบโดยแจ้งเตือนเพียงเล็กน้อยเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างแท้จริง” อัลบานีซีกล่าวเสริม

 

เช่นเดียวกับนิวซีแลนด์ โดย วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมากล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การกระทำนี้ “ไม่เป็นที่ยอมรับและน่ากังวลอย่างยิ่ง”

 

นอกจากนี้ รัฐบาลนิวซีแลนด์ระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงเข้ามาในเขตทะเลตามสนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์แปซิฟิกใต้ (South Pacific Nuclear Free Zone Treaty) ซึ่งถือเป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของข้อตกลง

 

เขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามสนธิสัญญารารอตองกา (Treaty of Rarotonga) ปี 1986 ซึ่งห้ามไม่ให้ทั่วทั้งภูมิภาคครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยจีนได้ลงนามรับรองและให้สัตยาบันในพิธีสารดังกล่าวเมื่อปี 1987 พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ภายในเขตนี้ หรือข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธดังกล่าวกับประเทศภาคีที่มีดินแดนในภูมิภาค

 

ด้านนายกรัฐมนตรี แมทธิว เวล แห่งหมู่เกาะโซโลมอน แถลงต่อสื่อมวลชนที่กรุงโฮนีอาราในวันอังคารว่า “จีนเป็นมิตรที่ดีของหมู่เกาะโซโลมอน แต่สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่มิตรเขาทำกัน และไม่ใช่เรื่องดีสำหรับภูมิภาคของเราเลย”

 

“เราไม่อยากเห็นประเทศใดๆ ไม่ว่าจะจีน อเมริกา หรือใครก็ตาม มาทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ในภูมิภาคหมู่เกาะแปซิฟิก จงเป็นมิตรของเรา แต่อย่าคุกคามเรา” เวลกล่าวเสริม

 

เกมสะสมกำลังทหารในเอเชียเพื่อคานอำนาจจีน

 

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน กำหนดให้การปรับปรุงกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ให้ทันสมัยเป็นภารกิจสำคัญสูงสุดในการบริหารประเทศ

 

ปัจจุบันจีนมีกองทัพบกและกองทัพเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าคลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนจะยังตามหลังสหรัฐฯ และรัสเซีย แต่จีนกำลังเดินหน้าขยายจำนวนหัวรบนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเร่งพัฒนาขีปนาวุธระยะไกลรุ่นใหม่และโดรนที่ทันสมัย

 

งบประมาณด้านกลาโหมของจีนเติบโตขึ้นราว 7% ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยคาดว่าจะสูงถึง 2.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 อย่างไรก็ตาม ผลวิเคราะห์อิสระชี้ว่า ตัวเลขการใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่านั้นมาก โดยสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (SIPRI) ประมาณการตัวเลขรวมในปี 2024 ไว้สูงถึง 3.137 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ความกังวลว่ากองทัพจีนจะเปิดฉากสงครามหรือไม่นั้น ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ไต้หวัน ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์ว่าเป็นดินแดนของตน และไม่เคยปฏิเสธความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเพื่อรวมชาติ นอกจากนี้ จีนยังส่งเครื่องบินรบและเรือรบไปยังน่านน้ำรอบเกาะไต้หวันเป็นประจำ ซึ่งทางการจีนระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมรบทางทหาร

 

เพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลทางทหารของจีน ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคจึงได้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของตนเองเช่นกัน รวมถึงญี่ปุ่นที่ยอมทลายเพดานงบประมาณที่เคยจำกัดไว้ไม่เกิน 1% ของ GDP มาเป็นเวลานาน เพื่อเพิ่มงบประมาณขึ้นสองเท่าเป็น 2%

 

ในขณะเดียวกัน ฟิลิปปินส์ได้บรรลุข้อตกลงอนุญาตให้สหรัฐฯ ขยายกำลังพลทางทหารในประเทศ โดยเพิ่มสิทธิ์การเข้าถึงฐานทัพอีก 4 แห่ง

 

“การยิงขีปนาวุธของจีนยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและโตเกียวที่ตึงเครียดอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก นับตั้งแต่ความเห็นของ นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ เมื่อปีที่แล้วที่ส่งสัญญาณว่าญี่ปุ่นจะเข้าร่วมในความขัดแย้งเกี่ยวกับไต้หวัน จีนก็ได้ยกระดับการควบคุมการส่งออกไปยังญี่ปุ่น และกล่าวหาญี่ปุ่นว่ากำลังเข้าสู่ ‘ยุคใหม่ของลัทธิทหาร'” เอ็มมา ชานเล็ตต์-เอเวอรี ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองและความมั่นคงจาก Asia Society Policy Institute กล่าวสรุป

 

ภาพ: VCG / VCG via Getty Images

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising