วันนี้ (6 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ฌ็อง โกลด ปวงเบิฟ (Jean – Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสจะเกษียณอายุราชการ พร้อมชื่นชมบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่
ปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส จากการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรี และการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมของทั้งสองประเทศ
อีกทั้งยังได้มีการลงนามแผนปฏิบัติการร่วม (Joint Action Plan) ฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 อันเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership)
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในปัจจุบันก้าวไกลกว่าความร่วมมือด้านการทูต การค้า และการลงทุน หากแต่เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคง ความเข้มแข็ง และศักยภาพของทั้งสองประเทศในระยะยาว ครอบคลุมสาขาที่มีความสำคัญต่ออนาคต อาทิ นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งล้วนได้รับการบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่
ด้านเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสกล่าวถึงการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยยืนยันว่าฝรั่งเศสพร้อมให้การสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ พร้อมชื่นชมความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการเร่งปรับปรุงกฎหมายและยกระดับมาตรฐานด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ OECD และแสดงความเชื่อมั่นว่าการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในระยะยาว
แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย – ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2026 – 2028 เป็นกรอบกำหนดทิศทางความร่วมมือของทั้งสองประเทศในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อสานต่อการดำเนินงานตาม Roadmap และยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยเพิ่มเติมสาขาความร่วมมือที่สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน อาทิ เศรษฐกิจหมุนเวียน นวัตกรรม เศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนประเด็นความร่วมมือใหม่ที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและเสริมสร้างศักยภาพของทั้งสองประเทศในอนาคต


