วันนี้ (19 มิถุนายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในวันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า ได้รับรับคำสั่งมอบหมายเมื่อ 1-2 วัน ว่าอาจจะต้องมีการเพิ่ม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการ กรอ. จะได้ครบทุกด้าน และได้รับการประสานงานมาว่าเบื้องต้นให้ตนดูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่า กฎหมายอะไรที่จะเป็นประโยชน์และเอื้อต่อการลงทุน
ปกรณ์กล่าวอีกว่า ตนประสานกับทางคณะกรรมการร่วมพรรคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่มีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ไว้แล้ว ว่ามีกฎหมายหรือกฎระเบียบอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาค้าขายในการประกอบธุรกิจและจะแก้ไขอย่างไร มีข้อเสนออย่างไร ตอนนี้ทราบว่า เขาทำข้อเสนอมาแล้วเบื้องต้น ซึ่งจะทำต่อ และจะใช้คณะทำงานชุดเดียวกัน เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน และไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนมากหรือไม่ ปกรณ์กล่าวว่า ตัวพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ติดขัดมีไม่มากเท่าไหร่ แต่จะมีในส่วนของกฎหมายลำดับรองคือ กฎกระทรวงต่างๆ ที่มี 7,600 กว่าฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับมีหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ มากมาย โดยเราจะเน้นทำกฎหมายลำดับรองก่อน เป็นควิกวิน ซึ่งตนได้คุยกับ กกร.ในเบื้องต้น และได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นฝ่ายเลขานุการ จะนำประเด็นที่ส่งมาทั้งหมดไปวิเคราะห์กันว่า อันไหนเป็นเรื่องเร่งด่วน และอันไหนที่ต้องแก้ไขก่อน คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จะได้แนวทางที่จะเสนอ กรอ.หรือเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ซึ่งการทำกฎหมายไม่จำเป็นต้องระมัดระวังอะไร เราต้องตั้งใจทำ


