ชัยชนะของอังกฤษ เหนือโครเอเชีย 4-2 ทำให้ทัพสิงโตคำรามได้ 3 คะแนนสำคัญมาครอง และขึ้นรั้งจ่าฝูงของกลุ่ม L ในเวลาต่อมา หลังจากที่ กานา เอาชนะ ปานามา 1-0 ทำให้อังกฤษ มีผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า
นี่นับเป็นก้าวแรกที่ลุล่วงของอังกฤษ ในภารกิจพาฟุตบอลกลับบ้าน (อีกครั้ง) และรูปเกมที่เกิดขึ้นในนัดนี้ ก็ทำให้แฟนๆ ได้เห็นอะไรหลายอย่าง
อันที่จริงแล้ว อังกฤษโชว์ฟอร์มไม่ได้น่าประทับใจมากนักในครึ่งแรก และอันที่จริง เป็นฟอร์มที่เรียกได้ว่าไม่สมศักดิ์ศรีทีมที่ตั้งใจมาในทัวร์นาเมนต์นี้เพื่อลุ้นแชมป์ด้วยซ้ำ
ในช่วง 45 นาทีแรก พวกเขาเล่นได้ค่อนข้างแข็งทื่อและไร้จินตนาการ โดย The Guardian ถึงกับเปรียบเปรยว่า ทัพสิงโตคำรามเล่นเหมือน “หุ่นยนต์ที่ทำงานผิดพลาด” และแทบไม่มีรูปแบบการเล่นที่อิสระเลย
แม้จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์เสมอ 2-2 แต่ทั้งสองประตูของอังกฤษก็มาจากลูกตั้งเตะของ แฮร์รี่ เคน ทั้งสิ้น โดยลูกแรกเป็นจุดโทษที่ได้ยิงใหม่ และลูกที่สองเป็นการโหม่งทำประตูจากลูกเตะมุมของ เดแคลน ไรซ์
ทว่ารูปเกมโดยยังเห็นได้ชัดว่า อังกฤษยังมีอาการประหม่า คิดมากเกินไป และขาดความมั่นใจ โดยมักจะเลือกจ่ายบอลคืนหลังให้ผู้รักษาประตูมากเกินความจำเป็น
ขณะที่โครเอเชีย พวกเขาดูจะมั่นใจกว่าเวลาเล่นเกมบุกในครึ่งแรก โดยมาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะที่ มาร์ติน บาตูรินา เลี้ยงหลบ จอห์น สโตนส์ แล้วยิงเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม
และในจังหวะตีเสมอ 2-2 เกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากความผิดพลาดของแนวรับอังกฤษที่ปล่อยให้ เปตาร์ มูซ่า ว่างและวอลเลย์ทำประตูเข้าไปอย่างเด็ดขาด
จุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในช่วงพักครึ่ง ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีม ที่ช่วยปรับเปลี่ยนพลังงานของทีมได้อย่างยอดเยี่ยม
ในช่วงพักครึ่ง ทูเคิลได้กระตุ้นลูกทีมโดยไม่ได้ใช้การตะโกนด่าทอ แต่เป็นการบอกให้ทุกคน “ปลดล็อกตัวเอง ใจเย็นๆ และแสดงให้โลกเห็นว่าพวกเราเป็นทีมแบบไหนได้บ้าง”
เขาเน้นย้ำให้นักเตะมีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเล่นในรูปแบบของตัวเองอย่างกล้าได้กล้าเสีย โดยบอกว่ามุมมองที่เขามีต่อทีมจะไม่เปลี่ยนไปไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร
“ถ้าเราแพ้ เราก็แพ้ แต่เราจะแพ้ในแบบของเราเอง” เคนเปิดเผยคำพูดของ ทูเคิลช่วงพักครึ่งเวลา ในการให้สัมภาษณ์หลังแมตช์
คำพูดของทูเคิลสร้างแรงกระเพื่อมภายในทีมอย่างรุนแรงต่อนักเตะทุกคน รวมไปถึง จู๊ด เบลลิงแฮม แนวรุกวัย 22 ปี ที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญในครึ่งหลัง
เบลลิงแฮมทำประตูที่ 3 ให้กับทีม โดยประตูนี้ไม่ได้มาจากเทคนิคการเลี้ยงบอลที่ซับซ้อน แต่เป็นประตูที่เรียกได้ว่าเลือกจังหวะบุกอย่างถูกต้อง ซึ่งเกิดจากความมุ่งมั่น พลังขับเคลื่อน และความเร็วในการวิ่งฉีกหนีกองหลังโครเอเชียสองคน ก่อนจบสกอร์อย่างเด็ดขาด
ประตูของเบลลิงแฮม ทำให้อังกฤษกลับมาครองเกมไว้ได้ทั้งหมดอีกครั้ง เพราะมันช่วยปลดล็อกทีมออกจากความกดดันจากผลเสมอก่อนหน้านี้ออกทั้งหมด
หลังจากนั้นรูปเกมของอังกฤษก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขากลับมาเล่นด้วยความมีชีวิตชีวา ดุดัน และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอยากจะเล่นฟุตบอลจริงๆ ไม่ใช่เล่นเพราะความกลัว
หลังจากนั้นอังกฤษเป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างมากมาย แต่โครเอเชียก็เกือบตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกม ทว่า จอร์แดน พิคฟอร์ดยังเซฟจังหวะสำคัญเอาไว้ได้
แดนกลางของอังกฤษที่ขับเคลื่อนโดย เดแคลน ไรซ์ และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน สามารถแย่งชิงการควบคุมเกมมาจาก ลูก้า โมดริช จอมทัพวัย 40 ปีของโครเอเชียได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด มาบวกประตูที่ 4 ปิดกล่องให้ทีมคว้าชัยไปได้ในที่สุด
โดยเกมนี้แฮร์รี่ เคน กองหน้าจากทีมบาเยิร์น มิวนิค ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์
เคนทำได้ 2 ประตูในเกมนี้ เขามีส่วนร่วมกับเกมทั่วทั้งสนาม ทั้งการถอยลงมาช่วยต่อบอลในแดนตัวเองและหาจังหวะจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ
สถิติของเขาในเกมนี้คือการสัมผัสบอล 35 ครั้ง จ่ายบอลสำคัญ 2 ครั้ง และมีโอกาสยิงถึง 7 ครั้ง (เข้ากรอบ 3 ครั้ง)
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 5 (จากทดเวลาทั้งหมด 6 นาที) แม้ว่าอังกฤษจะนำห่างถึงสองประตู แต่เคนก็ยังคงทุ่มเทอย่างหนัก โดยเขาลงไปช่วยสกัดบอลและใช้หน้าอกบล็อกลูกยิงของ ยอสโก กวาร์ดิโอล ที่บริเวณเสาไกล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างที่เขามักจะทำให้เห็นเสมอเมื่อลงเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค
โดยหลังเกม เอียน ไรท์ ตำนานนักเตะอาร์เซนอล ได้ออกมาแสดงทรรศนะว่า หากอังกฤษต้องการจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกให้ได้ ทีมจำเป็นต้องพึ่งพาฟอร์มการเล่นของ แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม เป็นหลัก
เขาชี้ว่าทั้งสองคนนี้ต้องยกระดับตัวเองขึ้นมาและสร้างผลงานให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับเกมที่ยากขึ้นในรอบต่อๆ ไป
ไรท์ยังชื่นชมด้วยว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาได้เห็นทีมชาติอังกฤษเล่นเกมรุกได้อย่างดุดันและยอดเยี่ยมมาก ใน
ขณะเดียวกัน แฮร์รี่ เคน ก็สามารถทำสถิติยิงประตูในฟุตบอลโลก ได้ 10 ลูก เทียบเท่ากับ แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตดาวซัลโวสูงสุดในฟุตบอลโลกของอังกฤษได้สำเร็จในเกมนี้
โดยทีมชาติอังกฤษต้องรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมนี้ไว้ให้ได้ โดยพวกเขามีคิวจะลงแข่งขันในกลุ่ม L นัดที่สองพบกับทีมชาติ กานา ในคืนวันอังคาร และจะพบกับ ปานามา ในวันเสาร์ถัดไป เพื่อลุ้นจบในฐานะแชมป์กลุ่มและผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
อ้างอิง
- https://metro.co.uk/2026/06/18/ian-wright-makes-england-world-cup-claim-croatia-win-28822323/
- https://www.bavarianfootballworks.com/germany-international-soccer/215611/harry-kane-england-potm-croatia-fifa-2026-world-cup-bayern-munich
- https://www.theguardian.com/football/2026/jun/17/england-croatia-world-cup-2026-group-l-match-report
ภาพ: Alex Pantling – FIFA / Getty Images


