×

ทำไมรัฐบาลอังกฤษสั่งแบนเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้โซเชียลมีเดีย

17.06.2026
  • LOADING...
เด็กกำลังมองโทรศัพท์มือถือพร้อมสัญลักษณ์ห้ามใช้โซเชียลมีเดีย

สหราชอาณาจักรประกาศห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า เป็นนโยบายปกป้องเยาวชนจากภัยคุกคามในโลกออนไลน์ พร้อมวางแผนดำเนินมาตรการเข้มงวดกว่าหลายประเทศในโลก เช่น ห้ามเยาวชนไลฟ์สตรีมหรือการสื่อสารกับคนแปลกหน้า

 

 

มาตรการแบนโซเชียลฯ อังกฤษเป็นอย่างไร

 

มาตรการแบนโซเชียลฯ เยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังรัฐบาลอังกฤษเปิดแบบสำรวจรับฟังความคิดเห็นของผู้ปกครอง ปรากฏว่า มีผู้ปกครอง 9 ใน 10 คนที่สนับสนุนมาตรการดังกล่าว ขณะที่เยาวชน 2 ใน 3 เห็นด้วยว่า สื่อสังคมออนไลน์บางประเภทก่อให้เกิดอันตราย

 

ทั้งนี้ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ระบุที่มาที่ไปของนโยบายนี้ว่า การมีอยู่ของโซเชียลฯ กำลังทำให้เด็กๆ ไม่มีความสุข ทั้งเปิดช่องให้เกิดการกลั่นแกล้ง คุกคาม และล่วงละเมิด ไปจนถึงการทำลายสุขภาพจิต พร้อมกับย้ำว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้รู้สึกเสพติด

 

“ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า เราต้องใช้พลังของเทคโนโลยีเพื่อสร้างสหราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งและยุติธรรมยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องปกป้องเด็กๆ ด้วย” นายกฯ อังกฤษยังย้ำว่า มาตรการแบนของประเทศจะเข้มงวดกว่าหลายประเทศในโลก หรือแม้แต่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นต้นกำเนิดนโยบายดังกล่าว

 

ตามรายงานของ BBC และ TIME นโยบายแบนโซเชียลฯ จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม หรือฤดูใบไม้ผลิของปี 2027 โดยรัฐบาลต้องยื่นร่างกฎหมายต่อรัฐสภาก่อนวันคริสต์มาสในปีนี้

 

รัฐบาลยังระบุว่า จะนำระบบตรวจสอบอายุเข้ามาเพื่อให้มั่นใจได้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี จะไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มได้ ส่วนผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 18 ปี ขึ้นไป อาจใช้วิธีตรวจสอบอย่างการสแกนใบหน้า

 

สำหรับแพลตฟอร์มที่ถูกแบน ได้แก่ Instagram, YouTube, TikTok, Snapchat, Facebook และ X ส่วน YouTube Kids, Google Classroom, WhatsApp และ Signal จะได้รับการยกเว้น

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแนวทางแบนแชทบอต AI ที่สามารถพูดคุยเชิงชู้สาว หรือฟังก์ชันที่สามารถใช้งานในลักษณะเดียวกัน โดยจะอนุญาตให้บุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปใช้ได้เท่านั้น

 

ในประเด็นนโยบายเข้มงวดกว่าหลายประเทศ มาตรการของสหราชอาณาจักรจะครอบคลุมไปถึงเกมออนไลน์และแพลตฟอร์มสตรีมมิง โดยสตาร์เมอร์ให้เหตุผลว่า คนแปลกหน้าสามารถติดต่อเยาวชนคนใดก็ได้โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ ทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งสำคัญ

 

อนึ่ง TIME ยังรายงานว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาข้อห้ามเพิ่มเติม เช่น การจำกัดเวลาใช้งานตอนกลางคืน หรือการบังคับให้พักฟังก์ชันที่สามารถเลื่อนหน้าจอแบบไม่มีสิ้นสุด (Infinite Scrolling) ซึ่งคาดว่า รายละเอียดจะชัดเจนในเดือนกรกฎาคม 2026

 

ทำไมสหราชอาณาจักรจึงแบนโซเชียลฯ

 

ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรถือเป็นประเทศล่าสุดที่กำลังพิจารณานโยบายการแบนโซเชียลฯ ในหมู่เยาวชน หลังออสเตรเลียเป็นประเทศแรกในโลกที่ประกาศใช้มาตรการดังกล่าวในช่วงต้นปี 2026 โดยห้ามเยาวชนต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึง 10 แพลตฟอร์มสำคัญ

 

การแบนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลทางการเมืองว่า เยาวชนกำลังเผชิญกับภัยคุกคามครั้งสำคัญบนโลกออนไลน์ เช่น การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying), การเข้าถึงเนื้อหาอันตราย และการถูกล่อลวง ขณะที่ระบบของโซเชียลฯ ยังออกแบบมาให้เกิดการเสพติด เช่น อัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาที่สนใจ หรือระบบเลื่อนหน้าจอไม่มีที่สิ้นสุด

 

นอกจากนี้ สังคมอังกฤษยังกังวลว่า โซเชียลฯ ทำให้เด็กเกิดปัญหาทางสุขภาพจิต และความเป็นอยู่ในชีวิตแย่ลง โดย ดร. เจเน็ตต์ ดิกสัน ประธานสถาบัน Academy of Medical Royal Colleges ระบุว่า อัลกอริทึมเป็นสิ่งอันตรายสำหรับเด็ก ทั้งเข้าถึงสื่อลามก มีความรุนแรง และเป็นอุปสรรคไม่ให้เด็กๆ ทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น ไม่เข้าสังคม ไม่ออกไปข้างนอก ไม่เรียนรู้วิธีอยู่ร่วมกับเพื่อนคนอื่น

 

ส่วน นาโอมิ ลอตต์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและสิทธิเด็ก มหาวิทยาลัยเรดดิงชี้ว่า แม้จะยังมีช่องว่างประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพจิตกับโซเชียลฯ แต่การเปิดรับเนื้อหารุนแรงและอันตราย สามารถส่งผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจของเด็กๆ ขณะที่ระบบเลื่อนหน้าจอที่ไม่มีที่สิ้นสุดยังกระตุ้นให้เกิดอาการเสพติดการใช้งาน

 

ข้อวิจารณ์และเสียงต่อต้าน

 

อย่างไรก็ดี นโยบายดังกล่าวได้รับเสียงต่อต้านจากกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย โดย เคอร์รี มอสโกจิอูรี ผู้อำนวยการใหญ่ของ Amnesty International ในสหราชอาณาจักรออกมาวิจารณ์ว่า เป็นการวินิจฉัยโรคถูกต้อง แต่จ่ายยาผิด

 

เธอระบุว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรคิดถูกที่มองเห็นว่า โซเชียลฯ เป็นภัยคุกคามสำหรับเด็กๆ แต่การแบนไม่ได้แก้ปัญหา เพราะไม่ได้เข้าไปจัดการกับบริษัทเทคโนโลยีที่สร้างแพลตฟอร์มไม่ปลอดภัยตั้งแต่แรก พร้อมย้ำว่า โซเชียลฯ คือพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่ใช้เรียนรู้ ติดต่อเครือข่ายทางสังคม ค้นหาแรงบันดาลใจ และขับเคลื่อนประเด็นทางสังคม

 

“คุณไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากการออกแบบด้วยการสั่งห้ามเข้าถึงได้ หากผลวินิจฉัยบอกว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังทำร้ายเด็ก วิธีรักษาคือการควบคุมแพลตฟอร์ม ไม่ใช่การขับไล่เด็กออกไป” มอสโกจิอูรีระบุ

 

นอกจากนี้ Amnesty International ยังเสนอให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรหยุดเก็บข้อมูลทำโพรไฟล์เด็ก, ยุติฟีเจอร์ที่ทำให้เกิดอาการเสพติด และปกป้องความเป็นส่วนตัวของเยาวชน

 

ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยังออกมาวิจารณ์แผนการรัฐบาลอังกฤษ โดย Meta ระบุว่า มาตรการดังกล่าวทำให้เยาวชนโดดเดี่ยวจากกลุ่มวัยรุ่นในโลกออนไลน์ และผลักดันไปสู่ทางเลือกที่ไม่มีการควบคุม รวมถึงขาดมาตรการป้องกัน

 

อนึ่ง BBC ยังตั้งข้อสังเกตต่อมาตรการของอังกฤษว่า บริษัทเทคโนโลยีอาจไม่ยอมและรวมตัวกันฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอให้ทบทวนกฎหมาย ทำให้นโยบายดังกล่าวอาจถูกลากยาวและเลื่อนออกไป

 

ภาพ: Vasin Lee / ShutterStock

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising