วานนี้ (16 มิถุนายน) บนเวทีดีเบตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 รายการ BATTLE FOR BANGKOK เกมเปลี่ยนกรุง ของ THE STANDARD อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนด้านการบริหารกรุงเทพมหานคร โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขณะเดียวกันจะเร่งรื้อระบบที่เปิดช่องให้เกิดความไม่โปร่งใสและการทุจริตคอร์รัปชันภายในองค์กร
อนุชากล่าวว่า หากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะไม่ยกเลิกทุกนโยบายของผู้บริหารชุดก่อน แต่จะพิจารณาจากประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเป็นสำคัญ “อะไรที่ดีอยู่แล้วเนี่ย ผมก็จะต้องต่อยอดให้มันดีขึ้น แต่อะไรที่ต้องรื้อเนี่ย ผมก็ต้องเข้ามาเพื่อจัดการอย่างเด็ดขาด”
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า สิ่งที่ตนเองไม่สามารถยอมรับได้คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมส่งสัญญาณว่าหากเข้ามาบริหาร กทม. จะมีการตรวจสอบและปฏิรูประบบที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเอื้อประโยชน์หรือขาดความโปร่งใส
อนุชายังเปิดเผยว่า ปัจจุบันตนได้ใช้ข้อมูลจากแพลตฟอร์มส่องรัฐ ในการติดตามการใช้งบประมาณและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร โดยพบข้อมูลเบื้องต้นที่เห็นว่าควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม
“ตอนนี้ผมมีข้อมูลในเบื้องต้นก็คือว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 40,000 กว่าโครงการ มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ที่จัดซื้อจัดจ้างหรือว่าทำสัญญาไปแล้ว 90 กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นแบบเฉพาะเจาะจง ตรงนี้ก็ต้องมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น” อนุชากล่าว
นอกจากนี้ อนุชายังยกตัวอย่างโครงการขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูลเพียง 2 ราย และเสนอราคาห่างกันเพียงประมาณ 1 ล้านบาท โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบเพื่อสร้างความชัดเจนแก่สังคม
ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ยังหยิบยกประเด็นความไม่โปร่งใสในการขอใบอนุญาตก่อสร้างในกรุงเทพมหานครขึ้นมาอภิปราย โดยระบุว่าได้รับการสะท้อนปัญหาจากภาคส่วนต่างๆ และมีข้อเสนอที่เคยส่งมอบให้ฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานครพิจารณามาแล้วก่อนหน้านี้
“มีผู้ใหญ่มาฝากผม ก็คือเรื่องของการที่ว่ามีความไม่โปร่งใสในการขอใบอนุญาตก่อสร้างใน กทม. แล้วเขาก็เลยบอกผมให้มาช่วยถามด้วยว่า เขาส่งมอบให้อาจารย์(ชัชชาติ สิทธิพันธุ์) ไปแล้วเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ว่ายังไม่ดำเนินการอะไรเลยสักเรื่องเดียว” อนุชากล่าว
อนุชาย้ำว่า หากได้รับเลือกตั้ง จะเข้าไปทบทวนและปรับปรุงกระบวนการอนุญาตก่อสร้างทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ
พร้อมระบุว่า แนวทางการปฏิรูปดังกล่าวมีรายละเอียดและข้อเสนอเชิงนโยบายรองรับอยู่แล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งนักวิชาการและองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการต่อต้านการทุจริต
“จริงๆ แล้วตรงนี้มีรายละเอียดหมดแล้วนะครับ TDRI เข้าร่วมกัน พิจารณา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ผมเอานี่แหละครับจะมาเป็นมาสเตอร์แพลน ในการที่จะทำให้การก่อสร้างในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะใบอนุญาต โปร่งใสมากขึ้น ไร้ทุจริตคอร์รัปชัน” อนุชากล่าว
ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง การกำกับดูแลโครงการขนาดใหญ่ รวมถึงการปฏิรูประบบการออกใบอนุญาตก่อสร้าง ถือเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการบริหารงานที่ตรวจสอบได้ และการใช้งบประมาณของเมืองหลวงเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม


