วานนี้ (15 มิถุนายน) ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 10 สังกัดพรรคประชาชน พร้อมด้วย อดิศร ฤกษ์ลักษณี ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตดอนเมือง หมายเลข 4 พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ชุมชนในเขตดอนเมืองเพื่อติดตามและรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนานคือเรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วมขัง
อดิศร เปิดเผยว่า เขตดอนเมืองมีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และมีคลองเปรมประชากรซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาตื้นเขินจากการสะสมของตะกอนและขยะมูลฝอย ประกอบกับมีคูคลองรับน้ำย่อยอีก 5 สาย ได้แก่ คูนายกิม สาย 1-3 คลองตาอูฐ และคลองบ้านใหม่ ซึ่งหลายจุดยังคงรอคอยการปรับปรุงแก้ไข ในขณะที่การขยายตัวของที่อยู่อาศัยในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยปราศจากการวางผังเมืองที่รองรับอย่างเหมาะสม ส่งผลให้ระบบระบายน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อปริมาณน้ำ
การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยหากตนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ส.ก. ได้เตรียมแนวทางหลักในการผลักดันการแก้ปัญหา เริ่มจากการสำรวจและลอกท่อระบายน้ำทั้งระบบให้ครอบคลุมทั้งบนถนนสายหลักและซอยย่อย เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำไม่ไหลลงคลองจากภาวะท่ออุดตัน ควบคู่ไปกับการผลักดันโครงการอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากรที่อยู่ระหว่างการดำเนินการและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ อดิศรยังเตรียมผลักดันการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำในคลองย่อยทั้ง 5 สาย ซึ่งเปรียบเสมือนด่านแรกในการระบายน้ำของเขตดอนเมืองลงสู่คลองเปรมประชากร รวมถึงการจัดหาพื้นที่หน่วงน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำเป็นการชั่วคราวในช่วงที่ระบายไม่ทัน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขังบริเวณหน้าบ้านเรือนของประชาชน
ทางด้านชัยวัฒน์ กล่าวเสริมว่า จากการลงพื้นที่ติดตามปัญหาร่วมกับผู้สมัคร ส.ก. ในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความมั่นใจว่าปัญหากวนใจของชาวกรุงเทพมหานคร หรือที่เรียกว่าปัญหาเส้นเลือดฝอยนั้น สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนอกเหนือจากการอาศัยวิสัยทัศน์และเจตจำนงของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว กลไกสำคัญคือการมี ส.ก. ที่มีความเข้าใจปัญหาในแต่ละพื้นที่อย่างละเอียดถี่ถ้วนและสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด
ชัยวัฒน์ระบุเพิ่มเติมว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนได้ส่งผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต โดยทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ พร้อมที่จะเข้าไปผลักดันการแก้ไขปัญหาหน้าบ้านให้แก่ประชาชน ตลอดจนสนับสนุนนโยบายและทำงานร่วมกับทีมบริหารของพรรคประชาชนเพื่อเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่ใส่ใจประชาชนอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ส.ก. จากพรรคประชาชนยังมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองหรือสังกัดใดก็ตาม เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มแข็งต่อไป


