โดยปกติแล้วในโลกของอุตสาหกรรมเคป๊อป ผู้คนมักจะคุ้นเคยกับระบบของเด็กฝึกที่เทรนกับค่ายจนได้เดบิวต์กลายเป็นวงหรือศิลปินเดี่ยว แต่ย้อนไปเมื่อหลายปีที่แล้วก็มีสิ่งหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบเด็กฝึกนั้นไป นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า ‘รายการเซอร์ไววัล’ หรือเรียลลิตี้ค้นหาเกิร์ลกรุ๊ปบอยกรุ๊ปหน้าใหม่
เซอร์ไววัลเป็นรายการที่นำเด็กฝึกจากทุกค่ายมารวมกัน ฝึกซ้อมด้วยกัน มีเมนเทอร์ที่เป็นศิลปินในวงการคอยแนะนำ และมีแรงสนับสนุนจากแฟนๆ ที่ถูกเรียกว่า ‘โปรดิวเซอร์แห่งชาติ’ มาช่วยโหวตเพื่อคัดเลือกเด็กฝึกให้ผ่านเข้ารอบถัดไป จนในสัปดาห์สุดท้ายเหลือเด็กฝึกกลุ่มหนึ่งที่จะได้เดบิวต์เป็นวงชั่วคราวที่มีสัญญาระยะสั้น 1-2 ปี ที่พวกเขาจะได้ทำกิจกรรมต่างๆ ในฐานะศิลปินด้วยกัน
โดยเกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มแรกๆ ที่แจ้งเกิดในวงการเคป๊อปจากการแข่งขันรายการเซอร์ไววัลก็คือวง I.O.I จากรายการ Produce 101 เพราะพวกเธอสร้างทั้งตำนานเป็น ‘เกิร์ลกรุ๊ปแห่งชาติ’ จากการที่คนโหวตให้ทั้งประเทศ มีซิงเกิลฮิตมากมาย ทั้งยังมีโมเมนต์ Ending Fairy จาก Jung Chaeyeon ที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก และเป็นเทรนที่ศิลปินเคป๊อปทำกันมาจนถึงปัจจุบัน
กระแสความนิยมเหล่านั้นทำให้รายการไปต่อในซีซัน 2 แต่ปรับเปลี่ยนให้เป็นเด็กฝึกผู้ชาย ซึ่งก็กลายเป็นตำนานตามไปติดๆ เพราะในปี 2017 คงไม่มีใครไม่รู้จักวง Wanna One เพราะพวกเขาสร้างปรากฏการณ์ความร้อนแรงไปทั่วเอเชีย จนทำให้เริ่มมีการซื้อลิขสิทธิ์รายการไปทำต่อในประเทศอื่นๆ อย่างจีนและญี่ปุ่น
แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เพราะเมื่อสัญญาวงสิ้นสุดลง ศิลปินก็ต้องกลับค่ายหรือวงเดิม ทว่าสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ก็คือความทรงจำดีๆ ระหว่างศิลปินและแฟนคลับ เพราะแม้จะเป็นวงชั่วคราว แต่วงสามารถสร้างความผูกพันระยะยาวได้ และแฟนๆ ก็ตั้งตารอคอยการกลับมารวมตัวของพวกเขาอยู่เสมอ
จนเวลาเดินทางมาถึงปัจจุบัน คงไม่มีใครคาดคิดว่าในปี 2026 วง I.O.I ที่กำลังจะครบรอบ 10 ปี และ Wanna One ที่ไม่ได้รียูเนียนมากว่า 7 ปี จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซึ่งการคัมแบ็กครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงแค่คอนเทนต์วิดีโอสั้นๆ เท่านั้น แต่พวกเขากลับมาเพื่อพบกับแฟนๆ ที่รอคอยอยู่จริงๆ ทั้งด้วยการจัดทัวร์ ทำแฟนมีตติ้ง หรือแม้แต่ปล่อยเพลงใหม่
ด้วยเหตุนี้ THE STANDARD POP จึงอยากชวนผู้อ่านมาร่วมเปิดบันทึกแห่งความทรงจำผ่านคอลัมน์ POP PULSE ว่าเหล่า ‘โปรดิวเซอร์แห่งชาติ’ จะรู้สึกอย่างไรกับการกลับมาของพวกเขา และการรียูเนียนในครั้งนี้ช่วยเชื่อมโยงหัวใจของเมมเบอร์และแฟนคลับให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้งได้อย่างไร

เมื่อการรียูเนียนเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าการหวนระลึกถึงวันวาน
อาจกล่าวได้ว่า เสน่ห์สำคัญของรายการเซอร์ไววัลคือการที่แฟน ๆ ได้เฝ้ามองจุดเริ่มต้นของเหล่าเด็กฝึกตั้งแต่วันแรก เราได้เห็นทั้งความพยายาม พัฒนาการ และการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในทุกสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็สามารถร่วมส่งแรงใจผ่านคะแนนโหวตเพื่อส่งให้ ‘เมนคนโปรด’ ก้าวไปสู่ไลน์อัปเดบิวต์ในสัปดาห์สุดท้าย
ความทุ่มเททั้งหมดนี้หล่อหลอมให้เหล่าโปรดิวเซอร์แห่งชาติเกิดความผูกพันลึกซึ้ง และมองว่าการส่งเด็กฝึกเหล่านั้นไปให้ถึงฝั่งฝัน คือเป้าหมายสูงสุดที่พวกเขาตั้งใจจะทำให้สำเร็จร่วมกัน
ดังนั้นนี่จึงเป็นความสัมพันธ์ที่แฟนคลับและไอดอลเติบโตไปด้วยกัน รู้สึกผูกพันซึ่งกันและกัน เพราะยิ่งศิลปินไปอยู่จุดที่สูงและประสบความสำเร็จมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นเรื่องน่ายินดีของแฟนๆ มากเท่านั้น และเมื่อวันหนึ่งที่วงเหล่านั้นหมดสัญญา ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่แฟนคลับจะรู้สึกใจหายเป็นพิเศษ เพราะเราก็รู้ดีว่าศิลปินแต่ละคนก็จะแยกย้ายกันไปเติบโตและเราก็จะไม่ได้เห็นพวกเขากลับมาอยู่ด้วยกันครบวงบ่อยๆ เหมือนกับที่เคยเป็นมา
ในทางเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไป แฟนเพลงหลายคนอาจเริ่มห่างหายหรือหันไปสนับสนุนพวกเขาในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อเมมเบอร์ทุกคนกลับมายืนเคียงข้างกันอีกครั้งในโอกาสสำคัญ เสียงดนตรีและภาพความทรงจำในวันวานก็พร้อมจะทำหน้าที่ปลุก ‘ความคิดถึง’ ให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นทันที เพราะสิ่งเหล่านี้คือความผูกพันที่ยังคงมีอยู่ และยังเป็นข้อพิสูจน์ว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ผลงานที่พวกเขาเคยสร้างร่วมกันมา จะยังคงทำหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจและเป็นเซฟโซนที่อบอุ่นในใจของแฟนๆ ตลอดไปเช่นกัน

ของขวัญสำหรับแฟนคลับที่รอคอยมาอย่างยาวนาน
การรียูเนียนของวงเซอร์ไววัลไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่มักจะเกิดขึ้นแค่ในเพียงโอกาสสำคัญๆ เท่านั้น อย่าง Wanna One เคยมีโชว์บนเวทีร่วมกันครั้งหนึ่งเมื่อปี 2021 บนเวที MAMA ด้วยเพลง Energetic และ Burn It Up และปีถัดมาก็มีการปล่อยซิงเกิล Beautiful (Part. 3) แต่ในปีนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับรายการวาไรตี้ Wanna One Go: Back to Base รวมทั้งเพลงประกอบรายการ ‘We Wanna Go’ ตลอดจนจัดงานแฟนมีตติ้งเล็กๆ เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟนคลับที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน
ส่วนวง I.O.I ก็พยายามที่จะกลับมารวมตัวกันหลายครั้ง แต่ด้วยอะไรหลายอย่างก็ทำให้การรียูเนียนแบบปล่อยผลงานใหม่ๆ ยังไม่เกิดขึ้นจริงจัง จะมีก็เพียงแค่มีไลฟ์รวมตัวกันสั้นๆ แบบไม่ครบวงในช่วงวันครบรอบ 5 ปี จนกระทั่งในปีนี้ที่ CHUNGHA ตัดสินใจเริ่มโทรหาทุกคนในวงเพื่อให้มาทำโปรเจกต์รียูเนียนด้วยกัน แฟนๆ จึงได้เห็นพวกเธอปล่อยอัลบั้มใหม่ I.O.I 3rd MINI ALBUM [I.O.I : LOOP] และออกทัวร์ด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีนั่นเอง
JEON SOMI พูดถึงการรียูเนียนของวง I.O.I ในรายการวาไรตี้ว่า “เราพยายามจะรวมตัวกันเพื่อฉลองครบรอบ 5 ปี และ 7 ปี แต่ก็ทำไม่ได้ด้วยหลายเหตุผล ครั้งนี้พวกเราจึงให้สัญญากันตั้งแต่แรกเลยว่าถ้าตารางซ้อมของ I.O.I ลงตัวแล้ว เราจะไม่ทำกิจกรรมส่วนตัว ต่อให้มีงานดีๆ เข้ามา เราก็จะยังไม่ไป เราเขียนสัญญากันว่า ‘เรื่องนี้ต้องมาก่อน’ แล้วก็เดินจับมือกันไปที่บริษัทเลย”

เรียกได้ว่าการคัมแบ็กของ I.O.I รอบนี้มาจากความต้องการของพวกเธอโดยตรง ทั้งด้วยความรู้สึกของเมมเบอร์ที่อยากจะกลับมาเจอกัน ความต้องการที่อยากจะกลับมาเจอแฟนๆ ตลอดจนการอยากทำเพลงที่สะท้อนให้เห็นการเติบโตด้านดนตรีของพวกเธอด้วย
สิ่งเหล่านี้ถูกร้อยเรียงออกมาผ่านบทเพลงในมินิอัลบั้ม [I.O.I : LOOP] เพราะอย่างเพลงไตเติลแทร็ก Suddenly เมมเบอร์ JEON SOMI ก็เป็นคนเขียนเนื้อเพลงด้วยตัวเอง และเธอก็เลือกเล่าเรื่องความทรงจำในห้วงเวลาที่กำลังผ่านไป รวมทั้งความรู้สึกอบอุ่นในใจที่เกิดขึ้นจากการกลับมาเจอกันอีกครั้ง
เมมเบอร์คนอื่นๆ อย่าง Yoo Yeon Jung ก็ทำเนื้อร้องและทำนองในเพลง IF I และศิลปินสาวผู้เริ่มต้นจุดประกายการรียูเนียนอย่าง CHUNG HA ก็รับหน้าที่เขียนเนื้อเพลงและทำนองให้กับ Then, Now and Forever เช่นเดียวกัน
ความสัมพันธ์ที่กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง
การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับแฟนๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นของขวัญสำหรับศิลปินด้วยเพราะวงของพวกเขาเป็นแค่วงที่มีสัญญาระยะสั้น เมื่อสัญญาสิ้นสุด ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปทำงานเดี่ยวหรือทำงานวงเดิมของตัวเอง ดังนั้นการโคจรกลับมาเจอกันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยเรื่องตารางงานหรือเงื่อนไขชีวิตของพวกเขา การรียูเนียนจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้พวกเขากลับมาเชื่อมความสัมพันธ์กันอีกครั้ง
แม้ครั้งนี้วง I.O.I จะไม่สามารถรียูเนียนกับเมมเบอร์อย่าง Kang Mina และเมมเบอร์ชาวจีน Kyulkyung (โจวเจี๋ยฉง) เพราะพวกเธอติดตารางงานที่ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ แต่การกลับมาของ I.O.I ก็ทำให้ได้เห็นพวกเธอออกรายการด้วยกัน ไปเที่ยวเล่นด้วยกัน จัดคอนเสิร์ตด้วยกัน มีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกันในประเทศไทย รวมทั้งได้ย้อนกลับไปพูดคุยกันถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อมอย่างหนัก การเติบโตไปด้วยกัน หรือแม้แต่โมเมนต์การทะเลาะและถกเถียงกันก็ตาม

ในขณะที่วง Wanna One ก็ไม่ได้รียูเนียนครบวงในครั้งนี้ เพราะ KANG DANIEL กำลังเข้ากรมทหารรับใช้ชาติ ส่วน Lai Guanlin ผันตัวไปทำงานเบื้องหลังแล้ว แต่ก็ยังมาร่วมรียูเนียนผ่านวิดีโอ ดังนั้นการโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งในปีนี้ก็ทำให้พวกเขามีโอกาสกลับมาพูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราวของการเติบโตในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมานั่นเอง
เมมเบอร์วง Wanna One อย่าง JAEHWAN ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีช่วงคัมแบ็กเพลงใหม่หลังออกจากกรมว่า การรียูเนียนของพวกเขาเพิ่งเกิดขึ้นในจังหวะที่เมมเบอร์ทุกคนมีโอกาสเจอกันบ่อยๆ หลังจากเขาปลดประจำการรับใช้ชาติ เพราะโดยปกติแล้วพวกเขาอาจจะแค่ถามไถ่กันเล็กๆ น้อยๆ ในกรุ๊ปแชต แต่จู่ๆ พอพวกเขามีโอกาสนัดกันกินข้าว ไปคาเฟ่ หรือเจอกันที่คอนเสิร์ตของอีกฝ่าย พวกเขาก็เริ่มกลับมาสนิทกันอีกครั้ง และเริ่มคิดว่าการรียูเนียนกันอย่างจริงจังนั้นควรจะเกิดขึ้นได้แล้ว
เขากล่าวว่า “พอมันมีเรื่องบังเอิญแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ (การเจอกัน) มันเลยกลายเป็นว่า ‘พวกเรามาติดต่อกันตลอดดีกว่า’ พวกเราคอยตามตารางงานของกันและกัน คอยให้กำลังใจกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบนโซเชียลมีเดีย และสิ่งเหล่านั้นมันทำให้ความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมา จากนั้นพวกเราเลยคิดว่า มันคงจะดีกว่าถ้าพวกเราได้กลับมารวมตัวกันจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้น แค่เพียงพวกเราอยากทำมันยังไม่พอ พวกเราต้องส่งเสียงนี้ไปถึงทีมงานที่จะช่วยทำให้ไอเดียของพวกเราเป็นจริง แล้วความรู้สึกนั้นถูกส่งต่อไปกับทีมงานอย่างครบถ้วน การรียูเนียนครั้งนี้เลยเป็นไปด้วยดีครับ”
เรียกได้ว่าการกลับมารวมตัวกันครั้งนี้ช่วยให้ศิลปินสามารถกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ทั้งในแง่ของดนตรีและความรู้สึกภายในใจ และเมื่อมองย้อนกลับไป บาดแผลหรือความเหน็ดเหนื่อยจากการแข่งขันในอดีต ก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าที่พวกเขาสามารถนั่งหัวเราะด้วยกันได้ในปัจจุบัน และในวันที่ ‘ความคิดถึง’ ของทุกคนเดินทางมาบรรจบกัน การรียูเนียนในครั้งนี้จึงแปรเปลี่ยนเป็นของขวัญชิ้นโบแดงที่ล้ำค่าที่สุด สำหรับทั้งตัวศิลปินและแฟนคลับที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาตลอดหลายปีเช่นเดียวกัน

ภาพ: I.O.I & Mnet Plus Original, iME Thailand
อ้างอิง:

