กรมศุลกากรเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายตามนโยบายของ พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร โดยมี เอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม กัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนและปราบปราม และพิภัทร์ สิริจำรัสสกุล ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนปราบปราม 1 ร่วมกำกับและขับเคลื่อนมาตรการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากร นำโดย อนามิการ์ รักษาพล หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 3 กองสืบสวนและปราบปราม พร้อมด้วย น.อ.วิษณุ วงศ์ทรายทอง หัวหน้าชุดหน่วยสืบสวนปราบปรามภาคตะวันออก 2 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ส่วนสืบสวนปราบปราม 2 กองสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรจันทบุรี ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ชค.ทพ.นย.29 สรรพสามิตจังหวัดจันทบุรี คปช.จต. กองทัพเรือ ฉก.นย.จันทบุรี สถ.บ้านแปลง และ นสป.จันทบุรี-ตราด
ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายบริเวณพื้นที่ชายแดน ตำบลเทพนิมิตร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
ผลการปฏิบัติสามารถตรวจพบการกระทำผิดได้ 2 กรณี โดยกรณีแรก เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้ 1 ราย พร้อมยึดบุหรี่ต่างประเทศที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จำนวน 251,800 มวน
ส่วนกรณีที่สอง เจ้าหน้าที่ตรวจพบบุหรี่ต่างประเทศซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ป่าชายแดนอีกจำนวน 250,000 มวน โดยไม่พบผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ
รวมของกลางทั้ง 2 กรณี เป็นบุหรี่ต่างประเทศจำนวน 501,800 มวน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางภาษีกว่า 8 ล้านบาท
เบื้องต้น การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ในข้อหานำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร รวมถึงอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป







