×

“ความปลอดภัยของเด็ก ไม่ควรเป็นเรื่องคิดได้ในภายหลัง” แคนาดาเตรียมแบนโซเชียลเด็กอายุ 16 ปี

11.06.2026
  • LOADING...
เด็กกำลังใช้โทรศัพท์มือถือที่มีไอคอนโซเชียลมีเดีย

รัฐบาลแคนาดาเสนอร่างกฎหมายความปลอดภัยดิจิทัล เตรียมแบนไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok และ Instagram พร้อมจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแล หวังแก้ไขปัญหาโรคซึมเศร้า อาการเสพติดโซเชียล และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ในหมู่เยาวชน หลังเกิดเหตุการณ์กราดยิงสะเทือนหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศ

 

 
 

ร่างกฎหมายแบนโซเชียลเด็กอายุ 16 ปีคืออะไร

 

เมื่อวานนี้ (10 มิถุนายน) รัฐบาลแคนาดานำโดย มาร์ค มิลเลอร์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เสนอร่างกฎหมายความปลอดภัยดิจิทัล (Safe Social Media Act) หรือ ‘Bill-34’ โดยมีเนื้อหาห้ามเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok และ Instagram

 

ทั้งนี้ มิลเลอร์ให้เหตุผลว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการจัดการกับภัยคุกคามในโลกออนไลน์ ถือเป็นวาระสำคัญที่เร่งด่วนสำหรับรัฐบาลแคนาดา เพราะเด็กกำลังเสียชีวิตจากการมีอยู่ของโซเชียลฯ

 

“เราได้เห็นแล้วว่า อันตรายบนโลกออนไลน์สามารถส่งผลกระทบร้ายแรงได้อย่างไร ความปลอดภัยของเด็กไม่ควรเป็นแค่เรื่องที่มาคิดได้ในภายหลัง

 

“กล่าวสั้นๆ คือ เราจะใช้มาตรการที่สมเหตุสมผลทุกวิถีทาง เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ ในประเทศนี้จะปลอดภัย”

 

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับเยาวชนแคนาดา ช่วยส่งเสริมมิตรภาพ โฟกัสการเรียน และเรียนรู้ทักษะโลกความเป็นจริง เพื่อให้เยาวชนเติบโตได้อย่างเต็มที่

 

มิลเลอร์ยังกล่าวว่า ปัจจุบัน แพลตฟอร์มโซเชียลฯ และแชตบอต AI ถูกออกแบบมาเพื่อแย่งชิงความสนใจจากเยาวชน โดยสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สนับสนุนพัฒนาการในวัยเด็กที่เหมาะสม และเป็นต้นตอของความวิตกกังวล ความโดดเดี่ยว ภาวะซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ อีกมากมาย

 

สำหรับเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าว รัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการความปลอดภัยดิจิทัลแห่งแคนาดา (Digital Safety Commission of Canada) ซึ่งสมาชิกได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลบริการดิจิทัล เช่น ควบคุมแชตบอต AI และเนื้อหาที่เป็นอันตราย ตลอดจนควบคุมระบบอัลกอริทึม ฟีดโซเชียล วิดีโอบนโซเชียล รวมถึงระบบ Endless scrolling ที่ผู้ใช้สามารถเลื่อนหน้าจอรับชมเนื้อหาได้แบบไม่รู้จบ

 

อนึ่ง ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังได้ระบุหมวดหมู่เนื้อหาที่เป็นอันตรายไว้ 7 ประเภท รวมถึงเนื้อหาที่กลั่นแกล้งเด็ก ยุยงให้เกิดความเกลียดชัง และปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ขณะที่โทษสูงสุด คือ การปรับเงินมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 260 ล้านบาท) หากบริษัทใดไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้

 

อย่างไรก็ตาม BBC รายงานว่า ร่างกฎหมายของแคนาดาต่างจากออสเตรเลีย เพราะบริษัทเทคโนโลยีสามารถหลีกเลี่ยงการถูกแบน หากพิสูจน์ได้ว่า มีนโยบายที่ช่วยลดความเสี่ยงหรืออันตรายต่อผู้เยาว์

 

เบื้องหลังกฎหมายควบคุมโซเชียล ปมเด็กคุย ChatGPT สู่กราดยิง

 

การนำเสนอร่างกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์กราดยิงในช่วงต้นปี 2026 หลัง เจสซี แวน รูตเซอลาร์ เยาวชนข้ามเพศวัย 18 ปี ใช้อาวุธปืนยิงมารดาและน้องชายต่างมารดาวัย 11 ปีเสียชีวิตที่บ้าน ก่อนบุกเข้าไปในโรงเรียนมัธยมทัมเบลอร์ ริดจ์ สังหารนักเรียน 5 คน และครู 1 คน จากนั้นจึงตัดสินใจปลิดชีพตนเอง

 

ตามรายงานในหน้าสื่อ รูตเซอลาร์สร้างเกมจำลองเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าบน Roblox แพลตฟอร์มเกมออนไลน์ ขณะที่ใช้ ChatGPT ปรึกษาวิธีการก่ออาชญากรรม โดยบรรยายความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืน จนบริษัท OpenAI แบนแอ็กเคานต์ ทำให้พนักงานในองค์กรราวสิบคนถกเถียงกันว่า ควรทำอย่างไรต่อ เช่น แจ้งตำรวจหรือไม่ เพราะเนื้อหามีความสุ่มเสี่ยงที่จะก่อความรุนแรงในชีวิตจริง

 

แต่สุดท้าย ผู้บริหารตัดสินใจไม่ติดต่อทางการแคนาดา โดยอ้างว่า ยังไม่พบกิจกรรมที่เข้าเกณฑ์จะเกิดความรุนแรงและสุ่มเสี่ยง และย้ำว่า การแทรกแซงในสถานการณ์เช่นนี้อาจสร้างความทุกข์ใจให้กับเยาวชนและครอบครัว อีกทั้งยังก่อให้เกิดข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัว

 

ต่อมา รัฐบาลแคนาดางัดไม้แข็งใส่ว่า หากไม่มีนโยบายควบคุมความปลอดภัย รัฐบาลจะออกกฎหมายดูแลเอง ท้ายที่สุด แซม อัลต์แมน ผู้บริหาร OpenAI ต้องส่งจดหมายขอโทษครอบครัวผู้ก่อเหตุในภายหลัง

 

ทั้งนี้ ซารา ออสติน (Sara Austin) ผู้แทนจากองค์กร Children First Canada กล่าวว่า การที่แคนาดาตัดสินใจเปิดช่องให้มี ‘ข้อยกเว้น’ ต่อบริษัทเทคโนโลยีอาจเป็นเรื่องดี เนื่องจากเป็นแรงจูงใจให้บริษัทต่างๆ ออกนโยบายด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้นในภาพรวม

 

ออสตินกล่าวเสริมว่า แม้ที่ผ่านมา แคนาดาจะออกนโยบายตามหลังประเทศอื่นๆ ในการรับมือกับความปลอดภัยออนไลน์ แต่เธอหวังว่า ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ก่อนการประชุมสุดยอด G7 จะมาถึง

 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนเห็นต่างว่า ร่างกฎหมายฉบับใหม่อาจเป็นการให้อำนาจรัฐบาลขยายขอบเขตการเซ็นเซอร์เนื้อหากว้างขึ้น

 

ในช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ได้แก่ อังกฤษ มาเลเซีย ฝรั่งเศส กรีซ และสเปน ได้พิจารณาร่างกฎหมายในลักษณะเดียวกัน โดยมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต ภาวะซึมเศร้า อาการเสพติดโซเชียลฯ ตลอดจนการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ และอาการขาดสมาธิในโรงเรียน

 

แฟ้มภาพ: Primakov / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

 
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising