หลังจากที่ รายงานข่าวระบุว่า Ford ประเทศไทย เดินหน้าซื้อโรงงานเดิมของ Suzuki ที่ระยอง ตอกย้ำบทบาทไทยในฐานะฐานการผลิตหลักของ Ford ในเอเชียแปซิฟิก
หลังลงทุนในไทยสะสมกว่า 1.33 แสนล้านบาทตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยโรงงานแห่งใหม่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นด้านการผลิต เสริมประสิทธิภาพซัพพลายเชนและรองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ในอนาคต สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพแรงงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว
ล่าสุด ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งกลยุทธ์ด้านบริการหลังการขายในวาระครบรอบ 30 ปีของการดำเนินธุรกิจในไทย ชูแนวคิด ‘ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง’
สุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย ระบุว่า ความสำเร็จสะท้อนผ่านคะแนนความพึงพอใจลูกค้า (NPS) ที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับการจัดอันดับด้านบริการเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มแบรนด์รถยนต์ยอดนิยม จากการสำรวจของดิฟเฟอเรนเชียล ปี 2569
ขณะที่อัตราการกลับมาใช้บริการศูนย์ฟอร์ดสูงถึง 83% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้ในกลุ่มรถที่มีอายุใช้งานมากกว่า 23 ปี
“17% ยอดขายทุกเดือนเป็นลูกค้าเก่า ส่วนกลุ่มชิ้นส่วนอะไหล่ไทยและเวียดนามเป็นคู่แข่งกัน แต่ไทยมีอะไหล่เยอะสุดในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสามารถควบคุมราคาได้ ดังนั้น สิ่งที่เชื่อมั่นและยึดถือเป็นหลักปฏิบัติมาโดยตลอดคือ ‘Treat Customers Like Family’ หรือการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว”
โดยให้ความสำคัญทั้งคุณภาพบริการ ความสะดวก และการดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งานรถยนต์ ผ่านการลงทุนด้านเครือข่ายศูนย์บริการ บุคลากร และระบบกระจายอะไหล่อย่างต่อเนื่อง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฟอร์ดได้พัฒนานวัตกรรมบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริการซ่อมด่วนภายใน 60 นาที, โปรแกรม Ford Care, ระบบคำนวณค่าบำรุงรักษาล่วงหน้า และเทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะช่วยซ่อมระยะไกล ที่ช่วยให้แก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ครั้งแรกถึง 96%
นอกจากนี้ ยังมีบริการ Mobile Service Vehicle (MSV) และบริการรับ-ส่งรถ (PUD) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงระบบนัดหมายออนไลน์ผ่าน Ford app, เว็บไซต์ และ LINE Official Account โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Ford app มากกว่า 130,000 ราย
ล่าสุด ฟอร์ดยังต่อยอดโปรแกรมสะสมคะแนน Ford Rewards Club ผ่าน LINE OA ซึ่งมีสมาชิกแล้วกว่า 70,000 บัญชี พร้อมพัฒนาระบบสมาชิก 5 ระดับ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าและเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการ
ทั้งนี้ ฟอร์ดลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านบริการหลังการขาย ทั้งเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ บุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล และการเพิ่มศักยภาพของศูนย์กระจายอะไหล่
ทั้งหมดนี้ คือรากฐานที่ทำให้ฟอร์ดสามารถ ส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ครบวงจรและยั่งยืนได้” สุรวัฒน์กล่าวเพิ่มเติม
สุรวัฒน์ ย้ำว่า บริการหลังการขายถือเป็นหัวใจสำคัญ ของการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ และจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมบริการใหม่ ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเสริมความแข็งแกร่งในตลาดยานยนต์ไทยต่อไป

