
นี่คือยุค Golden Age of Luxury Train Travel – ช่วงนี้มีสื่อดังระดับสากลหลายเจ้าออกมาพูดพร้อมกัน (ราวกับไม่ได้นัดหมาย) ว่าเวลานี้คือยุคทองของรถไฟสายท่องเที่ยวสุดหรู ธุรกิจที่เคยเนื้อหอมในอดีตกำลังกลับมาบูมอีกครั้ง สัญญาณที่บ่งบอกนั้นนอกจากการขยับตัวของเจ้าใหญ่ระดับตำนานทั้งหลายแล้ว ก็ยังรวมถึงแม่ทัพใหญ่ทั้งจากวงการ Luxury Fashion ไปจนถึง Hospitality (Hotel & Resort) ต่างตบเท้าเข้ามาร่วมแจม หยิบรถไฟสายเก่ามาปัดฝุ่นใหม่ พลิกฟื้นไลฟ์สไตล์ดั้งเดิมให้กลับมามีชีวิตชีวาร่วมสมัย รวมถึงพลิกโฉมธุรกิจกันยกใหญ่เพื่อปั้นรถไฟท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง
5 รถไฟท่องเที่ยวดีไซน์สวยระดับโลก

นั่นยังไม่นับรวมโปรเจกต์ครีเอทรถไฟท่องเที่ยวใหม่อีกหลายสาย ไอเดียสร้างสรรค์รถไฟให้มีคอนเซ็ปต์น่าสนใจอีกมากมาย และการเสริมทัพบริการใหม่ ๆ เข้าไปอีกเพียบ ที่ร่วมผลักดันให้ธุรกิจรถไฟท่องเที่ยวนี้น่าดึงดูดใจมากขึ้นเรื่อย รวมถึงช่วยปลุกกระแส Luxury Train ให้กลับขึ้นมาอยู่แถวหน้าอีกครั้ง และยังคงมุ่งหน้าสู่อนาคตต่อไปได้ … วันนี้เราเลยอยากชวนมาอัพเดทขบวนรถไฟท่องเที่ยวเกรดพรีเมี่ยม 5 stars ที่ไม่ได้บ่งบอกการการันตีคุณภาพเท่านั้นแต่ยังหมายถึงดาวเด่นมีระดับ 5 ดวงน่าจับตาในช่วงนี้ ซึ่งหลายคนใฝ่ฝันอยากลองขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับดูสักครั้งในชีวิต
1.La Dolce Vita Orient Express (Italy)

ผู้รังสรรค์ศิลปะแห่งการเดินทางในตำนานอย่าง Orient Express กำลังกลับมาปลุกกระแส Luxury Train Travel ในยุโรปให้คึกคักอีกครั้งด้วยการเปิดตัว La Dolce Vita Orient Express รถไฟท่องเที่ยวสุดหรูในแบบฉบับ Made in Italy ที่ทุกอย่างล้วนผลิตและรังสรรค์ขึ้นในอิตาลี นับเป็นรถไฟท่องเที่ยวขบวนแรกในประวัติศาสตร์ของอิตาลีเลยก็ว่าได้

จุดเด่นของรถไฟขบวนหรูแสนคลาสสิกนี้คือการปลุกความรุ่งเรืองในอดีตให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่การนำเอาตู้รถไฟเก่าโมเดล Z1 จากยุค 70s มาปัดฝุ่นแปลงโฉมใหม่ในดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกลิ่นอาย Italian Design Golden Age แห่งยุค 60s ซึ่งเปรียบดั่งยุคทองของอิตาลี โดยสะท้อนผ่านงานออกแบบสไตล์เรขาคณิต (Geometric) ที่ทำให้นึกถึง Gio Ponti ผสมผสานสไตล์โมเดิร์นนิสม์อันแสนเย้ายวน (Sensual Modernism) ที่ทำให้นึกถึง Gae Aulenti และ Osvaldo Borsani สุนทรียศาสตร์ทั้งหมดในขบวนนี้สร้างสรรค์โดย Dimorestudio จากมิลานเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับยุค Mid-Century Italian Design อันรุ่งเรืองของอิตาลีนั่นเอง

ขบวนรถไฟสายนี้ให้บริการห้องพักสุดพรีเมียม 30 ห้องที่หรูหราไม่แพ้โรงแรม 6 ดาว พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเหนือระดับในโซน The Dining Car ที่เนรมิตตู้เสบียงให้กลายเป็นภัตตาคารหรูดูแลความอร่อยโดย Heinz Beck เชฟมิชลินระดับ 3 ดาว เสิร์ฟเมนูชั้นเลิศเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบ เครื่องดื่ม ตลอดจนวัฒนธรรมอาหารของแต่ละภูมิภาคในอิตาลี นอกจากนี้ยังมีเลานจ์บาร์ Rendez-vous จุดพบปะสังสรรค์ที่ชวนทุกคนย้อนบรรยากาศไปสนุกสนานกับประสบการณ์ Social Luxury แบบอิตาเลียนซึ่งได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมค็อกเทลบาร์และซาลอนในยุค 1960s รวมถึงความพิเศษอีกมากมายที่รอต้อนรับอยู่บนรถไฟขบวนพิเศษล่าสุดนี้
https://www.orient-express.com/la-dolce-vita/a-dream-train/
2.Dream of the Desert (Saudi Arabia)

จากมนต์ขลังแห่งเมดิเตอร์เรเนียนสู่มนต์เสน่ห์แห่งอาระเบีย โปรเจกต์ปลุกกระแสรถไฟท่องเที่ยวสุดหรูนี้ไม่ได้อยู่แค่ในยุโรปเท่านั้นแต่กำลังขยายสู่ดินแดนอาหรับด้วย ขบวนรถไฟท่องแดนอารยธรรมทะเลทรายนี้เป็นการจับมือร่วมธุรกิจกันระหว่าง Saudi Arabia Railways กับกระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยวของซาอุดิอาระเบีย ตลอดจน Arsenale Group บริษัทสัญชาติอิตาลีผู้บริหาร La Dolce Vita Orient Express นั่นเอง โดยเส้นทางใหม่ล่าสุดจะเปิดตัวในปี 2026 นี้

เอกลักษณ์ของรถไฟขบวนนี้คือการผสมผสานความประณีตหรูหราแบบอิตาเลียนเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมของซาอุดิอาระเบียออกมาเป็นสไตล์ Modern Heritage & Sophisticated ดีไซน์ตู้โดยสารและห้องพักตกแต่งด้วยไม้แกะสลัก ผ้าทอพิถีพิถัน ลวดลายสถาปัตยกรรมสุดวิจิตร รวมถึงคุมโทนสีขรึมสะท้อนความเรียบหรูมีระดับ ตลอดจนดีเทลที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก AlUla เมืองโอเอซิสโบราณแห่งทะเลทรายอาระเบียอันเป็นแหล่งมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) แห่งแรกของซาอุดิอาระเบีย

ขบวนรถไฟนี้ให้บริการห้องพักระดับพรีเมียมเพียง 33 ห้องและรองรับผู้โดยสารเพียง 66 คนเท่านั้น แล้วแต่ละห้องยังมีบัตเลอร์ส่วนตัวพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมงด้วย นอกจากนี้ยังเนรมิตเลานจ์บาร์สุดเรียบหรูโดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Majlis อันเป็นห้องรับรองแขกแบบดั้งเดิมของวัฒนธรรมอาระเบีย พร้อมสอดแทรกกลิ่นอายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมในแหล่งโบราณคดีเฮกรา (Hegra) โซนตู้เสบียงสุดหรูเสิร์ฟตำรับอาหารท้องถิ่นผสมผสานตำรับอิตาเลียนเพื่อมอบความอร่อยไปพร้อมไมตรีอันอบอุ่นตามแบบฉบับดินแดนแห่งท้องทะเลทราย
https://www.dreamofthedesert.com/
3.L’Orient Express (Paris-Istanbul)

ยังจำโปรเจกต์ในอดีตที่ Accor ออกมาประกาศว่าจะรีโนเวทรถไฟเก่าแก่สุดคลาสสิกขบวน Nostalgie-Istanbul-Orient-Express ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อวิ่งต้อนรับ Paris Olympic 2024 ได้หรือเปล่า เป็นที่น่าเสียดายว่าโปรเจกต์คราวนั้นกลับเสร็จไม่ทันตามฝัน ทว่าก็เป็นที่น่ายินดีว่าโปรเจกต์นี้ยังคงดำเนินเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องเพื่อทำฝันให้เป็นจริงตามที่หวังไว้ และคาดว่ารถไฟท่องเที่ยวสายพิเศษนี้พร้อมจะเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปี 2027 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

ขบวนรถไฟเก่า 17 ตู้จากยุค 1920s–1930s ที่ถูกทิ้งร้างในบริเวณชายแดนโปแลนด์-เบลารุสกำลังฟื้นคืนชีพทีละน้อย จากโปรเจกต์ความหวังใหม่ The New Orient Express กลายมาเป็นโปรเจกต์ชวนหวนคืนสู่ความทรงจำกับการย้อนกลับไปใช้ชื่อดั้งเดิม L’Orient Express อีกครั้งเพื่อเป็นเกียรติให้ขบวนเก่าแก่อันโด่งดังที่สร้างประวัติศาสตร์มายาวนานมากกว่า 140 ปี และยังสะท้อนถึงตัวตนอันทรงคุณค่าที่แท้จริง ในส่วนของผู้ดูแลการออกแบบยังคงเป็นสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Maxime d’Angeac เช่นเคย โดยเร็ว ๆ นี้เพิ่งมีการเผยภาพแรกลุคใหม่ของรถไฟขบวนนี้ที่มาในสไตล์ Contemporary Art Deco ดูเรียบโก้แต่เท่คลาสสิกร่วมสมัยจนเรียกเสียงว้าว!ได้ดีทีเดียว

จุดเด่นน่าสนใจก็คือการตกแต่งสร้างสรรค์ใหม่ที่ต่อยอดแรงบันดาลใจมาจากรถไฟขบวนเก่าแก่ดั้งเดิม ตั้งแต่โคมไฟเก๋กลิ่นอายอาร์ตเดโค พรมลายแมกไม้เขียวขจีสไตล์ Geometric Pattern สุดชิคที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผนังพรมลายผืนป่าโทนสีส้มอิฐแบบดั้งเดิม แล้วยังรวมงานครีเอทขึ้นใหม่อย่างพรมทอมือสีน้ำเงินเข้มหรูหราสุดแกลม ไปจนถึงพระเอกของขบวนนี้อย่าง Curved Sofa สไตล์ลอนคลื่นสีเขียวสดที่ตัดกับห้อง (บาร์) โทนสีเข้มคลาสสิกอย่างโดดเด่นมีสไตล์ ไฮไลท์อีกอย่างก็คือห้องพัก Presidential Suite ที่ออกแบบสไตล์ Parisian Apartment ห้องพักหรูในกรุงปารีส โดยดีไซน์ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระที่สไตล์ Art Déco ถือกำเนิดมาครบรอบ 100 ปี (1925-2025) อีกด้วย
https://www.orient-express.com/en/trains/the-orient-express
4.Golden Eagle Silk Road Express (China & Central Asia)

หากพูดถึงรถไฟท่องเที่ยวกลิ่นอายเอเชียที่หรูหราเลอค่าที่สุดในตอนนี้คงต้องยกให้ขบวนตามรอยเส้นทางสายไหมอันทรงคุณค่านี้ อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ทาง Golden Eagle Luxury Trains อีกยักษ์ใหญ่ในตำนานเคยเปิดบริการรถไฟท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไหมนี้มาบ้างแล้ว (เป็นบางช่วงเท่านั้น) แต่ในวาระครบรอบ 35 ปีนี้บริษัทฉลองอย่างยิ่งใหญ่ไฟกระพริบด้วยการเปิดตัวรถไฟหรูท่องเส้นทางสายไหมมุมมองใหม่ที่แกรนด์กว่าเก่าและระยะทางไกลกว่าเดิม

ขบวนเส้นทางสายไหมนี้เป็นรถไฟตู้นอนระดับ Ultra Luxury ที่มีกำหนดการเที่ยวปฐมฤกษ์ในปลายเดือนกันยายน 2026 นี้ โดยโปรแกรมการเดินทาง The Grand Silk Road จะใช้เวลาทั้งสิ้น 22 วัน เดินทางระหว่างปักกิ่ง (จีน) กับทานชเคนต์ (อุซเบกิสถาน) เคลื่อนผ่าน 5 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 3,862 กิโลเมตร ภายในมีห้องพัก 2 แบบไว้บริการคือ Superior Cabin จำนวน 36 ห้องที่ตกแต่งเรียบหรูแบบสากล มาพร้อมโซฟาขนาดใหญ่ปรับเปลี่ยนเป็นเตียงนอนได้ และระดับพรีเมียม Han Dynasty Suite จำนวน 2 ห้องที่ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัยกลิ่นอายคลาสสิกเปี่ยมเสน่ห์

เอกลักษณ์เหนือระดับของขบวนนี้ก็คือดีไซน์กลิ่นอาย Contemporary Chinese with a Silk Road Twist สไตล์จีนร่วมสมัยผสมผสานกลิ่นอายหลากหลายวัฒนธรรมบนเส้นทางสายไหมโดยได้แรงบันดาลใจมาจากยุคราชวงศ์ฮั่น (Han Dynasty) ผู้บุกเบิกเส้นทางสายไหมนั่นเอง ส่วนของ The Bar Car ก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งประตูกระจกคู่ทรงโค้งให้สอดรับกับโดมเพดานขอบมนซึ่งดีเทลนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากรถเทียมม้าสมัยราชวงศ์ฮั่น อีกจุดน่าสนใจก็คือโซนตู้ชมวิว (Observation Car) ด้านท้ายซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งานไม้แกะสลักผสมผสานรายละเอียดสไตล์จีนโบราณอย่างงดงามลงตัว รวมถึงห้องเล่นไพ่นกกระจอกสไตล์จีนโบราณที่ชวนให้สัมผัสถึงจิตวิญญาณตะวันออกได้อย่างถึงแก่น โดยผลงานสร้างสรรค์สุดอลังการคราวนี้เป็นฝีมือของสตูดิโอ HBA (Hirsch Bedner Associates) อันเลื่องชื่อที่วางคอนเซ็ปต์ออกแบบไว้ให้รถไฟขบวนนี้เป็นดั่ง Luxurious Mobile Resort นั่นเอง
https://www.goldeneagleluxurytrains.com/trains/golden-eagle-silk-road-express/
5.L’Observatoire (Paris-Venice)

รถไฟท่องเที่ยวสไตล์ Cruise Train ในยุคก่อนมักจะดีไซน์ออกมาให้เป็นลุคหรูหราสไตล์คลาสสิกเสียส่วนใหญ่ จนกระทั่งปี 2019 ที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่นอย่างกลุ่ม LVMH เข้าเทคโอเวอร์ Belmond หนึ่งในผู้นำแห่งตำนานรถไฟท่องเที่ยวสุดหรู เราจึงเริ่มได้เห็นการการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ มากมายที่ฉีกขนบไปจากเดิม รวมถึงการสร้างสรรค์ตู้โดยสารมุมมองใหม่ในลุคเท่สุดเนี้ยบที่เพิ่งเปิดบริการไปเมื่อปี 2025 นี้ เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งการเริ่มก้าวสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

L’OBSERVATOIRE นั้นแปลว่า ‘หอดูดาว’ ซึ่งเป็นชื่อตู้รถไฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงหนึ่งเดียวในขบวน Venice Simplon-Orient-Express (VSOE) อันเก่าแก่และมีชื่อเสียงนี้ด้วย โปรเจกต์นี้เป็นการนำตู้รถไฟดั้งเดิมหมายเลข 3544 ที่สร้างขึ้นในปี 1927 มารีโนเวทด้านในใหม่หมด โดยเชิญ JR (Jene-René) ศิลปินสตรีทอาร์ทชาวฝรั่งเศสชื่อดังมาสร้างสรรค์ดีไซน์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร กลิ่นอายการออกแบบโดยรวมนั้นดูเป็นสไตล์ Modern Classic แต่หัวใจสำคัญที่ซ่อนอยู่ก็คือการวางคอนเซ็ปต์ให้เป็นสถานที่มหัศจรรย์ลึกลับซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘หอดูดาว’ ยุคโบราณผสมผสานไอเดีย ‘ห้องแห่งความลับ (Wunderkammer)’ ที่เศรษฐีสมัยก่อนนิยมสร้างไว้ในบ้าน ซึ่งนอกจากดีไซน์หรูหราแปลกตาผสมผสานความคลาสสิกแล้วไอเดียการออกแบบนี้ยังต้องการปลุกความสนุกในวัยเด็กของทุกคนให้กลับมาอีกครั้งด้วย

ตู้โดยสารส่วนตัวนี้ภายในแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ ราวกับอพาร์ทเมนต์หรูห้องใหญ่ โดยแบ่งเป็นห้องนอน ห้องอาบน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องสมุด ไปจนถึงห้องแห่งความลับที่ซ่อนอยู่หลังแผงตู้หนังสือ (อย่างที่รู้กัน) นั่นเอง ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เด่นนั้นก็คือการแต่งผนังไปจนถึงเพดานที่เรียงแผ่นวงกลมต่อกันให้คล้ายแผงเกล็ดปลา (หรือบ้างก็ว่าเกล็ดมังกร) ซึ่งแต่ละโซนก็จะสร้างสรรค์ลวดลาย สีสัน รวมถึงใช้วัสดุแตกต่างกันไปด้วย อีกอัตลักษณ์เด่นในขบวนนี้ก็คือการตกแต่งแผงไม้ฝังลาย (Marquetry) เพื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่ง JR ทำงานร่วมกับ Philippe Allemand เจ้าของสตูดิโอ Atelier Philippe Allemand ผู้เชี่ยวชาญงานไม้ฝังลายระดับโลกที่ดูแลรถไฟสาย VSOE นี้มาตั้งแต่ปี 1997 โดยร่วมกันครีเอทผลงานไม้ฝังลายดีไซน์เท่เพื่อตกแต่งพื้นที่ต่าง ๆ ราวกับงานอาร์ตสมัยใหม่ที่น่าสนใจทีเดียว

ปิดทายด้วยไฮไลท์ระดับมาสเตอร์พีชซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นขบวนแห่งหอดูดาวแล้วแน่นอนว่าเขาใส่ใจรายละเอียดการออกแบบให้ทุกพื้นที่สามารถเป็นจุดมองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอกได้ นอกจากนี้ก็ยังมีมุมนั่งเล่นไว้ฟังเพลงไปพร้อมจับกล้องส่องดูดาวที่เก๋ไม่เหมือนใคร แล้วที่พีคที่สุดก็คือการเสริม ‘โดมแก้ว’ กระจกใสทรงกลมบานใหญ่บนเพดานเอาไว้ให้นอนเล่นแหงนมองฟ้านับดาวกันแบบเพลิน ๆ ซึ่งโดมแก้วนี้จะซ่อนอยู่เฉพาะในห้องนอนและห้องแห่งความลับเท่านั้น
https://www.belmond.com/trains/europe/venice-simplon-orient-express/l-observatoire-by-jr

