วันนี้ (30 พฤษภาคม) ที่ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ปากซอยเทศา หน้าชุมชนราชบพิตร อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, สกลธี ภัททิยกุล, การดี เลียวไพโรจน์ และ กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วย นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพระนคร หาเสียงที่ตลาดตรอกหม้อ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
บรรยากาศในการลงพื้นที่หาเสียง มีประชาชนต่างพากันเข้ามาขอถ่ายรูป และบอกเล่าถึงปัญหาในพื้นที่ที่อยากให้แก้ไขในเรื่องของการค้าขาย และจุดจอดรถยนต์
อนุชากล่าวหลังลงพื้นที่ว่า เสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในพื้นที่ต้องการให้การจัดระเบียบตลาดและทางเท้า ขณะเดียวกันในเรื่องสตรีทฟู๊ด ประชาชนมีความกังวลว่า กรุงเทพมหานครจะไม่ให้ขายของบนทางเท้า ในความเห็นส่วนตัวคิดว่า สตรีทฟู๊ดกับคนกรุงเทพฯ สามารถอยู่ด้วยกันได้ เพียงแต่ต้องจัดระเบียบในพื้นที่ต่าง ๆ โดยลักษณะในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ก็เป็นเสน่ห์ เช่น ตลาดตรอกหม้อ ที่ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดระเบียบให้เคร่งเกินไป ทั้งนี้ในอนาคตอาจจะนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น QR Code ตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของแผงตัวจริงหรือไม่ เพราะปัญหาคือการเช่าช่วงกันต่อ
อนุชา กล่าวอีกว่า อีกประเด็นคือ เรื่องการสัญจร วันนี้ตนและทีมงานพรรคประชาธิปัตย์จะไปสำรวจเส้นทางของเรือไฟฟ้า ในคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งจะใช้ระบบ Feeder หรือส่วนต่อขยายเพื่อจะนำไปเชื่อมกับคลองต่างทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น
ขณะเดียวกันเสียงสะท้อนจากชุมชนที่ลงพื้นที่ อยากให้มีการประชาสัมพันธ์ แต่ละพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองในลักษณะของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน เมื่อไปถึงจุดนั้น แล้วจุดต่อไปจะเดินทางไปที่ไหนต่อ มีอะไรอร่อย มีอะไรน่าไปสักการะ ไปเห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ เพราะสัญลักษณ์ที่เป็นเมืองเมืองเก่าในกรุงเทพฯ ยังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งถือจะเป็นไฮไลท์ และทั้งหมดนี้ กทม. สามารถทำเองได้ ไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
อนุชา กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจำได้แต่หมายเลข แต่ยังจำชื่อได้แล้ว และอยากให้แต่ละพื้นที่จำชื่อผู้สมัคร สก. ของพรรค แต่ละเขตด้วย
ขณะที่ อภิสิทธิ์ระบุว่า ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดถึงการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่พ่อค้าแม่ค้าได้สะท้อนถึงปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง ก็จะต้องทำให้ราคาน้ำมันถูกลง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างตรงจุด และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่รัฐบาลก็ยังคงยืนยันไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนถึงสูตรในการคำนวณราคาน้ำมัน ที่ปัจจุบันยังคงยึดกลไกตลาดสิงคโปร์อยู่ ดังนั้นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการจะแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ การเก็บภาษีลาภรอย จากโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอมาโดยตลอด
เมื่อถามถึงผลโพลของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งพบว่า แฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์ จะหันไปเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. นั้น อภิสิทธิ์กล่าวว่า เรามีเวลาในการนำเสนอ และต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาคนจะรับรู้เรื่องของชัชชาติมากที่สุด แต่คิดว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะนำเสนอซึ่งมีความแตกต่าง หากกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เช่น เรื่องกัญชา เป็นต้น
ส่วนมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครนั้น เชื่อว่าคนที่ตัดสินใจแล้ว เราทำให้เปลี่ยนใจได้ ไม่มีข้อห้าม แต่ยืนยันว่าเดินหน้าในเวลาที่เหลือเต็มที่








