วันนี้ (29 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่ บางกอกน้อย และบางพลัด โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงย่านชุมชนหนาแน่น สำหรับภารกิจในช่วงเช้าเริ่มต้นที่ชุมชนวัดโพธิ์เรียง ชุมชนวัดอัมพวา ชุมชนวัดระฆัง ตลาดวังหลัง บริเวณหน้าโรงพยาบาลศิริราช และวัดอมรินทราราม
โดยได้แจกแผ่นพับนำเสนอนโยบายกว่า 250 ข้อ ซึ่งตลอดเส้นทางมีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณตลาดวังหลังที่ใช้เวลาพบปะประชาชนค่อนข้างนาน ซึ่งส่วนใหญ่ได้กล่าวอวยพรให้ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกสมัย
ระหว่างการลงพื้นที่บริเวณตลาดวังหลัง ชัชชาติได้แวะตรวจสอบแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ดำเนินการไว้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ โดยระบุว่า จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญที่ได้มีการเจรจาร่วมกับคนในชุมชนเพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม
ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาภาพรวมระยะทาง 88 กิโลเมตร มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 70 และเหลือพื้นที่ฟันหลออีกเพียงประมาณ 4 จุด ซึ่งหากได้รับโอกาสให้กลับมาบริหารกรุงเทพมหานครอีกครั้ง จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและปรับปรุงทางเดินเท้าในเขตบางกอกน้อยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ชัชชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ว่า เขตบางกอกน้อยถือเป็นตัวอย่างของชุมชนเก่าแก่ที่พัฒนาจากพื้นที่สวนมาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่น ส่งผลให้ถนนหนทางค่อนข้างคับแคบ พื้นที่นี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมต่อระหว่างเส้นเลือดใหญ่ อย่างรถไฟฟ้า กับ เส้นเลือดฝอย คือการเดินทางของคนในชุมชนเพื่อเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะ ที่ผ่านมาได้ดำเนินการปรับปรุงทางเท้าบริเวณถนนอิสรภาพและถนนจรัญสนิทวงศ์ไปแล้วจำนวนมาก
พร้อมทั้งปรับปรุงถนน คูคลอง และดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญในพื้นที่ที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ความล่าช้าของโครงการระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งผู้รับเหมาได้ทำการปิดคลองเพื่อนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับมีการออกแบบที่ไม่สอดคล้องกับสภาพหน้างาน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจและจะต้องเร่งรัดแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
สำหรับกลยุทธ์การหาเสียง ชัชชาติ ย้ำจุดยืนว่าจะไม่มีการติดตั้งป้ายหาเสียงในพื้นที่สาธารณะ หรือมีให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทัศนียภาพของเมือง โดยจะหันไปใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และป้ายบิลบอร์ดแทน ซึ่งช่วยลดต้นทุนและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาเสียง แต่เป็นการตรวจงานและรับฟังปัญหาเพื่อนำไปพัฒนานโยบายเพิ่มเติม ล่าสุดได้มีการปรับปรุงเว็บไซต์เป็นชื่อทีมชัชชาติ และเพิ่มนโยบายใหม่ๆ เข้าไปหลังจากการลงพื้นที่ชุมชนคลองเตย เพื่อให้เป็นแผนปฏิบัติการ และพันธสัญญาที่สามารถตรวจสอบตัวชี้วัดได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ กำหนดการลงพื้นที่หาเสียงของชัชชาติในช่วงบ่าย จะเดินทางต่อไปยังชุมชนบ้านบุ วัดดุสิตาราม ชุมชนวัดดาวดึงษาราม ชุมชนพระราม 8 และปิดท้ายภารกิจที่บริเวณตลาดหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า














