×

ผอ.อนามัยโลกเรียกร้องหยุดยิงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพื่อรับมือโรคระบาดอีโบลา

โดย THE STANDARD TEAM
28.05.2026
  • LOADING...
บุคลากรทางการแพทย์ในชุดป้องกันกำลังดูแลผู้ป่วยอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันทีในพื้นที่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา หลังจากสถานการณ์ในจังหวัดอิตูรีเข้าสู่ขั้นวิกฤต พร้อมเตือนว่าพื้นที่แห่งนี้กำลังเผชิญกับหายนะที่มาบรรจบกันระหว่างโรคระบาดและความขัดแย้งที่ลุกลามรวดเร็วเกินกว่าจะรับมือได้

 

ตัวเลขผู้ป่วยต้องสงสัยทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกพุ่งขึ้นใกล้ 1,000 รายแล้ว และมีผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายว่าอาจเกิดจากเชื้อดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 220 ราย ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันเคสติดเชื้อแล้ว 101 ราย และกำลังเร่งติดตามตรวจสอบผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เข้าข่ายเสี่ยงติดเชื้ออีกมากกว่า 3,000 คน

 

นอกจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดาก็เริ่มพบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 7 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยทางการยูกันดาได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาด โดยจะอนุญาตให้ผ่านได้เฉพาะทีมแพทย์อีโบลา ผู้ปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม และรถขนส่งสินค้าจำเป็นเท่านั้น พร้อมบังคับกักตัวผู้ที่ได้รับอนุญาตผ่านทางเป็นเวลา 21 วัน อย่างไรก็ตามมาตรการนี้สวนทางกับคำแนะนำของ WHO ที่เคยเตือนว่าการปิดพรมแดนจะบีบให้คนลักลอบข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะทำให้การควบคุมโรคเป็นไปได้ยากขึ้น

 

ทั้งนี้ความไม่มั่นคงในพื้นที่และการสู้รบอันยาวนานคืออุปสรรคสำคัญในการรับมือโรคระบาด โดยพื้นที่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเต็มไปด้วยกลุ่มติดอาวุธ และมีประชาชนเกือบ 1 ล้านคนต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่น ความขัดแย้งนี้ส่งผลให้ผู้เสี่ยงติดเชื้อต้องหนีไปรวมตัวกันในค่ายลี้ภัยที่แออัด ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อโรคยังได้แพร่กระจายลงใต้ไปยังพื้นที่ควบคุมของกลุ่มกบฏ M23 ในจังหวัดคีวูเหนือและคีวูใต้อีกด้วย

 

ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ด่านหน้าก็กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ขั้นวิกฤต เนื่องจากผลกระทบจากการตัดงบประมาณช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยแพทย์ในพื้นที่เปิดเผยว่าพวกเขาขาดแคลนทั้งสบู่ คลอรีน หน้ากากอนามัย และชุด PPE แม้กระทั่งถุงบรรจุศพผู้ติดเชื้อก็มีไม่เพียงพอ จนเจ้าหน้าที่บางส่วนต้องออกเงินส่วนตัวเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เองเพื่อความปลอดภัย

 

นอกจากนี้ประเพณีท้องถิ่นในชุมชนก็เป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลง เนื่องจากเกิดกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตพยายามแย่งศพกลับไปประกอบพิธีฝังตามประเพณีดั้งเดิม ซึ่งต้องมีการอาบน้ำและสัมผัสศพ ทั้งที่ร่างของผู้เสียชีวิตจากอีโบลาเป็นพาหะที่แพร่กระจายเชื้อได้สูงมาก

 

ภาพ: REUTERS / Gradel Muyisa Mumbere

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising