×

เปิดเบื้องหลังดีลใหญ่ Continental เทหมื่นล้าน ขยายฐานผลิตในไทย เมื่อคลื่น EV กำลังดันระยองสู่ Mega Plant ระดับโลก

25.05.2026
  • LOADING...
คริสเตียน เคิทซ์ ซีอีโอ Continental ให้สัมภาษณ์พร้อมภาพโรงงานยาง

ท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดการลงทุนที่เข้มข้นทั่วโลก ประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากบริษัทระดับโลกเข้ามาตั้งฐานผลิต ล่าสุด คอนติเนนทอล (Continental) ผู้ผลิตยางรถยนต์ระดับโลก สัญชาติเยอรมัน เดินหน้าขยายการลงทุนโรงงานระยอง พร้อมปั้นสู่ ‘Mega Plant’ ระดับโลก

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

คริสเตียน เคิทซ์ ซีอีโอ Continental ให้สัมภาษณ์พร้อมภาพโรงงานยาง 1

 

เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนเพียงศักยภาพของไทยในฐานะ ‘Detroit of Asia’ อุตสาหกรรมยานยนต์ เท่านั้น แต่ยังสะท้อนยุทธศาสตร์ใหม่ของ Continental ในการรับมือโลกธุรกิจยุคผันผวน ผ่านแนวคิด ‘ใกล้ตลาด ใกล้วัตถุดิบ’ เพื่อลดความเสี่ยงทั้งซัพพลายเชน โลจิสติกส์ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)

 

‘ระยอง’ คือฮับยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิก

 

THE STANDARD WEALTH ร่วมสัมภาษณ์ คริสเตียน เคิทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอนติเนนทอล พร้อมเยี่ยมชมโรงงาน เฟส 2 โดย คริสเตียน เกริ่นนำก่อนเข้าสู่การสนทนาว่า ฐานการผลิตที่จังหวัดระยอง การเปิดโรงงานระยอง เฟสสอง ในครั้งนี้ เป็นหัวใจสำคัญการผลิตของคอนติเนนทอลระดับโลก ‘Production Hub’

 

ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับคอนติเนนทอลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รองรับตลาดทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

 

ปัจจุบัน รายได้ราว 15% ของ Continental ทั่วโลกมาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่บริษัทมองว่าความต้องการในภูมิภาคนี้ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะจากกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถ SUV ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

 

ฉะนั้น การลงทุนเฟส 2 ครั้งนี้ จึงมีมูลค่ากว่า 300 ล้านยูโร หรือราว 13,000 ล้านบาท เป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิตยางรถยนต์ส่วนบุคคลและยางรถกระบะ เพิ่มอีกกว่า 3 ล้านเส้นต่อปี พร้อมเพิ่มศักยภาพยางพรีเมียม เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ระบบภายในที่ใช้ AI และระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ

 

คริสเตียน เคิทซ์ ซีอีโอ Continental ให้สัมภาษณ์พร้อมภาพโรงงานยาง 2

 

สูตรรับมือโลกผันผวน ‘ผลิตใกล้ตลาด-ใกล้วัตถุดิบ’

 

คริสเตียน เคิทซ์ บอกอีกว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกธุรกิจต้องเผชิญทั้งโควิด-19 วิกฤตซัพพลายเชน ปัญหาขนส่งทางเรือ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนโลจิสติกส์และราคาพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“การตั้งฐานการผลิตในไทยช่วยลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะโรงงานระยองตั้งอยู่ใกล้ทั้งตลาดปลายทางและแหล่งวัตถุดิบสำคัญในภูมิภาค เมื่อเทียบกับการส่งสินค้าจากยุโรป บริษัทสามารถลดระยะทางขนส่ง ลดความซับซ้อนซัพพลายเชน และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากเส้นทางเดินเรือที่ไม่แน่นอน ที่เป็นเส้นทางอ้อมทวีปแอฟริกาได้ เช่น ทะเลแดง”

 

อีกทั้งแม้ราคาน้ำมันจะผันผวน แต่ผลกระทบต่อบริษัทในด้านโลจิสติกส์ยังน้อยกว่า ด้วยการปรับแนวทางบริหารแบบ Lean และ Flexible เป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในระยะยาว

 

เน้นผลิตส่งออก ป้อนตลาดในไทยราว 10%

 

แม้ประเทศไทยจะเป็นตลาดสำคัญ แต่ Continental มองว่า ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังมีไม่ถึง 10% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ขณะที่ส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

“ด้วยแนวโน้มความต้องการยางรถยนต์พรีเมียมในภูมิภาคที่ยังเติบโตสูง บริษัทเชื่อว่า สัดส่วนการผลิตเพื่อการส่งออกจะยังคงเป็น ‘แกนหลัก’ ของโรงงานระยองต่อไปในอนาคต”

 

รับคลื่น EV โตแรงในไทย

 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Continental เดินหน้าลงทุนในไทย คือการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถ SUV

 

โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ประเทศไทยมีรถยนต์จดทะเบียนสะสมกว่า 20 ล้านคัน และมีรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนแล้วกว่า 1 ล้านคัน หรือคิดเป็นประมาณ 5% ของรถทั้งหมด ขณะที่รถ SUV และรถกระบะยังครองสัดส่วนสูงถึง 70% ของตลาดรถยนต์ไทย

 

Continental จึงเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับตลาดดังกล่าว จากปัจจุบันที่ผลิตยางล้อพรีเมียม MaxContact MC7  เพื่อตอบโจทย์ EV โดยเฉพาะ ยังพัฒนาทั้ง UltraContact UX7 และ CrossContact AT2 สำหรับรถ SUV และรถออฟโรด รวมถึงการเริ่มผลิตยาง PremiumContact ภายในโรงงานระยอง

 

ขณะเดียวกัน ปัจจุบัน Continental เป็นผู้จัดหายางให้กับรถยนต์ EV ถึง 7 ใน 10 รุ่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่

 

คริสเตียน เคิทซ์ ซีอีโอ Continental ให้สัมภาษณ์พร้อมภาพโรงงานยาง 3

 

เปิดไลน์ผลิต ‘ยางเรเดียลมอเตอร์ไซค์’ เป็นทางการในไทย

 

นอกจากยางรถยนต์ Continental ยังประกาศเริ่มสายการผลิต ‘ยางรถจักรยานยนต์แบบเรเดียล’ ภายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับตลาดรถมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงที่เติบโตต่อเนื่อง

 

“ผมมองว่ารถจักรยานยนต์ยุคใหม่มีขนาดเครื่องยนต์และสมรรถนะสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับการยึดเกาะ การทรงตัว และความปลอดภัยมากขึ้น การผลิตยางเรเดียลในไทยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอบโจทย์ตลาดพรีเมียมภูมิภาคด้วย”

 

ปรับองค์กรสู่ ‘Pure Play Tire Company’

 

ควบคู่กับการขยายการลงทุนของ Continental ยังเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการแยกธุรกิจ Automotive, ContiTech และ Tires ออกจากกัน เพื่อมุ่งสู่การเป็น ‘Pure Play Tire Company’ หรือบริษัทที่มุ่งเน้นธุรกิจยางรถยนต์โดยเฉพาะ

 

“โลกธุรกิจยุคใหม่ต้องการองค์กรที่คล่องตัว ตัดสินใจเร็ว และปรับตัวได้ไวกว่าเดิม องค์กรขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างซับซ้อนอาจเผชิญข้อจำกัดในการแข่งขันมากขึ้น บริษัทที่มีจุดโฟกัสชัดเจน มีความยืดหยุ่น และเคลื่อนตัวได้เร็ว จะรับมือกับโลกยุคใหม่ได้ดีกว่า” ผู้บริหาร Continental กล่าว

 

คริสเตียน เคิทซ์ ซีอีโอ Continental ให้สัมภาษณ์พร้อมภาพโรงงานยาง 4

 

ดัน ‘ระยอง’ สู่ Mega Plant ระดับโลก

 

ขณะที่ เป้าหมายสำคัญในระยะถัดไป คือการผลักดันโรงงานระยองสู่ Mega Plant เช่นเดียวกับฐานการผลิตหลักของ Continental ทั่วโลก ซึ่งหมายถึงโรงงานที่มีกำลังการผลิตระดับ 15-18 ล้านเส้นต่อปี

 

ปัจจุบันกว่า 80% ของกำลังการผลิตทั่วโลกของ Continental มาจาก Mega Plant ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน

 

การขยายโรงงานระยองจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มกำลังผลิต แต่สะท้อนถึงการวางไทยให้เป็น ‘ฐานยุทธศาสตร์’ สำคัญของ Continental ในโลกธุรกิจยุคใหม่ ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ต้นทุน แต่รวมถึงความเร็ว ความยืดหยุ่น และความสามารถในการรับมือความเสี่ยงระดับโลกด้วย

 

เจาะดีมานด์กลุ่มยางสปอร์ต ยางรถ SUV

 

ดาลิบอร์ คาลินา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจยางรถยนต์ของคอนติเนนทอล ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในตลาดที่โตรวดเร็ว และมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์บริษัท จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยางสมรรถนะสูงพิเศษ หรือ Ultra-High-Performance โดยเฉพาะกลุ่มยางสปอร์ตและยางสำหรับรถยนต์ SUV ที่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

 

วิกเนซ เดวาเสนาพาที ผู้จัดการโรงงาน คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) กล่าวทิ้งท้ายว่า การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้เป็นส่วน หนึ่งภายใต้ความร่วมมือกับจังหวัดระยองที่สร้างงานเพิ่มกว่า 600 ตำแหน่ง

 

เพื่อมุ่งสู่เทรนด์ลดคาร์บอน และพลังงานสะอาด โรงงานระยอง เฟสสอง ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งแบบบนหลังคา แบบลอยน้ำ และระบบโรงจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตรวมราว 6.7 เมกะวัตต์ ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำต่อหน่วยการผลิตได้มากกว่า 70% อีกด้วย

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories