×

ผบ.ทบ. สั่งเกาะติดชายแดนไทย-กัมพูชา หลังพบยั่วยุหลายวิธีหวังให้ไทยตอบโต้ พร้อมยกระดับ หากกระทบชีวิต-ทรัพย์สินประชาชน

โดย THE STANDARD TEAM
25.05.2026
  • LOADING...
ภาพ พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (25 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยเปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงขอให้ทุกหน่วยยึดมั่นในนโยบายและแนวทางดำเนินการของกองทัพบก เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งเน้นย้ำใน 4 เรื่องหลัก ได้แก่ การเฝ้าตรวจ, การปรับปรุงฐานที่มั่นเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน, การปรับปรุงเส้นทางอำนวยความสะดวกทางทหาร และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด

 

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ ที่มีกระแสข่าวทหารกัมพูชายิงปืน 9 นัด เพื่อต่อต้านการสร้างอ่างเก็บน้ำของไทยนั้น พล.ต. วินธัย ระบุว่า เสียงอาวุธปืนที่ดังขึ้นมีความเป็นไปได้หลากหลาย แต่น้ำหนักน่าจะมาจากความไม่เรียบร้อยและการเสียวินัยของทหารกัมพูชามากกว่า ส่วนเรื่องอ่างเก็บน้ำปัจจุบันยังเป็นเพียงแนวคิดในอนาคตและยังเป็นพื้นที่ป่า จึงไม่ได้มีนัยสำคัญตามที่ฝั่งกัมพูชาพยายามนำไปขยายผล ทั้งนี้ ที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชามีการใช้อาวุธแบบสะเปะสะปะและยั่วยุหลายรูปแบบ เช่น การใช้วาจาทะเลาะเบาะแว้งเพื่อบันทึกภาพ หรือการขับถ่ายตามแนวรั้วลวดหนาม ซึ่งฝ่ายไทยได้ตอบโต้ด้วยการยิงเตือนไม่เกิน 5 นัดเพื่อปรามตามระดับที่เหมาะสม

 

โฆษก ทบ. กล่าวต่อไปว่า ลักษณะการยั่วยุดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้เกิดเสียงและมุ่งหวังดูปฏิกิริยาของฝั่งไทย โดยยังไม่ประสงค์ต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงยังไม่เข้าข่ายการคุกคามรุนแรงและข่าวสารทางฝั่งกัมพูชาก็ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ อย่างไรก็ตาม หากเมื่อใดที่การใช้อาวุธมีเป้าหมายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จนทำให้เกิดการบาดเจ็บสูญเสียต่อประชาชนหรือกำลังพล ฝ่ายไทยก็พร้อมจะมีการตอบโต้อีกพฤติกรรมหนึ่งทันที ซึ่งเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชานี้ยังอยู่ในความสนใจของนานาชาติ ทีมโฆษก ทบ. และหน่วยในพื้นที่จึงต้องตั้งหลักอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้

 

เมื่อถามถึงพื้นที่สุ่มเสี่ยง พล.ต. วินธัย ชี้แจงว่า ผบ.ทบ. ให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่เท่ากัน โดยมีพื้นที่เพ่งเล็งสำคัญ เช่น เขาพระวิหาร, ห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ, ช่องจอม โอร์เสม็ด, ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ และช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีโอกาสเกิดเหตุความไม่เรียบร้อยได้ แต่ในด้านการข่าวภาพรวมยังไม่มีการคุกคามขั้นรุนแรง ส่วนกรณีการบินโดรนของกัมพูชาบริเวณภูมะเขือนั้น พบว่าเป็นเพียงการบินมุมสูงในระยะเยื้อง ไม่ได้รุกล้ำเข้ามาในเขตไทย แต่หากมีการรุกล้ำเข้ามาจริง ทหารไทยก็จำเป็นต้องนำลงมาทันที ยืนยันว่ากองทัพยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท

 

​นอกจากนี้ พล.ต. วินธัย ยังได้ชี้แจงถึงกระแสข่าวอื่นๆ โดยกรณีที่กัมพูชาจะนำผู้ต้องขังมาฝึกวิชาชีพตามแนวชายแดนนั้น มองว่าเป็นเพียงข่าวสารในฝั่งกัมพูชาและไม่น่าจะนำมาใช้ในกิจการทางทหารเพราะขัดหลักสากล ซึ่งไม่มีผลต่อการปฏิบัติงานของทหารไทย ส่วนสถานการณ์ชายแดน จังหวัดสระแก้ว ที่มีความไม่เรียบร้อยเรื่องพื้นที่ทำกิน เป็นความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยและฝ่ายปกครองได้เข้าดำเนินการตามกลไกแล้ว ขณะที่ความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาในจุดดังกล่าวถือว่าไม่ถี่มากนักเมื่อเทียบกับพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2

 

​ด้าน พ.อ. ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ได้กล่าวเสริมถึงการประชุมกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (Sub-GBC) ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกรอบเดิม เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ต่างฝ่ายต่างเก็บ และการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ โดยกองทัพบกได้ทำข้อเสนอภายในส่งไปยังกองบัญชาการกองทัพไทยและกระทรวงกลาโหมแล้ว

 

ส่วนกรณีที่มีภาพทหารกัมพูชาถือปืนหันมาทางฝั่งไทย ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นคลิปเก่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของสงครามข่าวสารที่มักจะมีการรายงานข้อมูลเกินจริง เช่น ยิงเพียง 2 นัด แต่ถูกนำไปขยายความว่าเป็น 22 นัด ซึ่งทางกองทัพได้มีการประสานงานตามขั้นตอนอยู่ตลอดเวลา

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising