ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยที่มีมูลค่าสินเชื่อรวมราว 90,000 ล้านบาทต่อปี ล่าสุด ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (TTB) ได้ร่วมทุนกับ บมจ. เอ็มบีเค (MBK) ผ่านบริษัท ทีทีบี คอนซูมเมอร์ จำกัด และบริษัท เอ็มบีเค เอฟไอเอ็นบี โฮลดิ้ง จำกัด จัดตั้ง บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด เพื่อรุกตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
ประเด็นสำคัญ
มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด กล่าวว่า การร่วมทุนครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของฝั่ง MBK ที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าฐานรากมายาวนานเกือบ 20 ปี มาผสานกับ TTB ที่มีจุดเด่นด้านข้อมูล (Data) เทคโนโลยี บรรษัทภิบาล และที่สำคัญคือ ‘ต้นทุนทางการเงิน’ (Cost of Fund) ที่ต่ำกว่าในฐานะบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์
บริษัทวางเป้าหมายก้าวขึ้นเป็น Top 3 ของตลาดภายในปี 2572 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะต้องชิงส่วนแบ่งการตลาดให้ได้ราว 10% เพื่อขยับจากอันดับ 6 เดิมของ MBK ขึ้นไปแข่งกับผู้นำตลาดอันดับ 1 และ 2 ที่ครองมาร์เก็ตแชร์อยู่ราว 20-25% สำหรับเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อคงค้าง วางเป้าหมายปีแรกไว้ที่ 3,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 9,000-10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี โดยตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา มียอดคำขอสินเชื่อแล้วเกือบ 3,000 ราย และอนุมัติไปแล้วประมาณ 2,000 ราย
สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะแรกจะโฟกัสที่ ‘สินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่’ เป็นหลัก โดยยังไม่ขยายเข้าสู่ตลาดจำนำทะเบียนรถที่เริ่มอิ่มตัว ส่วนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) บริษัทยังมองว่ามีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาชาร์จแบตเตอรี่และเงินดาวน์ที่สูงถึง 20% ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลักที่ต้องใช้รถทำมาหากิน จึงเน้นไปที่รถจักรยานยนต์สันดาปขนาดเล็ก แต่ก็พร้อมปรับตัวหากโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV เปลี่ยนแปลงไป

ข้อมูลยอดขายภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย
ชู Data & AI ดึงลูกค้าเข้าระบบ คุม NPL ต่ำกว่า 5%
ปัจจุบันความเข้มงวดของสถาบันการเงินทำให้อัตราการซื้อรถด้วย ‘เงินสด’ ในตลาดเพิ่มขึ้นจาก 20-25% เป็น 25-30% ซึ่งบริษัทประเมินว่าลูกค้ากลุ่มนี้อาจถูกผลักออกไปใช้เงินกู้นอกระบบ ทีทีบี ลีสซิ่ง จึงนำเทคโนโลยี AI และ Data เข้ามาใช้ประมวลผลประวัติการชำระเงินจากเครดิตบูโรมาทำ Credit Scoring เพื่อประเมินความเสี่ยงและแยกกลุ่มลูกค้าให้แม่นยำขึ้น ซึ่งจะช่วยดึงกลุ่มเปราะบางกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อในระบบได้
กลยุทธ์การแข่งขันจะไม่ใช้การหั่นราคา แต่จะใช้อัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงและประเภทผลิตภัณฑ์ โดยเป็นไปตามมาตรฐานที่ สคบ. กำหนดสำหรับรถทั่วไป ด้วยโมเดลการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ 5% ซึ่งการที่มีธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ttb เข้ามาร่วมกันดำเนินธุรกิจ ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในการบริหารจัดการทั้งในส่วนของการขยายพอร์ต การควบคุมคุณภาพพอร์ต และการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีบี ลีสซิ่ง จำกัด
เมื่อถูกถามในประเด็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแก้กฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว โดยเปิดกว้างให้ 8 ธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมถึงบางส่วนในภาคธุรกิจการเงิน สามารถให้ต่างชาติลงทุนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ่งอาจทำให้การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยทวีความรุนแรงขึ้นจากเม็ดเงินทุนข้ามชาติ
มงคล ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ ระบุว่า ภาพการแข่งขันนี้ว่า ทีทีบี ลีสซิ่ง ไม่ได้มีความกังวลต่อการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างชาติ เนื่องจากตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์เกี่ยวพันกับ ‘กลุ่มเปราะบาง’ สูงมาก ผู้กู้ส่วนใหญ่ใช้รถเพื่อประกอบอาชีพแบบวันต่อวัน เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือไรเดอร์เดลิเวอรี
“กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เปราะบางมากๆ ถ้าไม่เข้าใจเขา โอกาสเป็นหนี้เสียจะสูงมาก การที่ต่างชาติจะเข้ามา เขาต้องมีพาร์ตเนอร์ที่เป็น Local Partner ท้องถิ่น เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคคนไทย เข้าใจพฤติกรรมของวินมอเตอร์ไซค์ ไม่สามารถเข้ามาลุยด้วยตัวเองได้ง่ายๆ” มงคลกล่าว

