×

คนวัย 20 หันเข้าคลินิกความงามเร็วขึ้น Aura Wellness รายได้แตะ 1,746 ล้านบาทในปี 2568 เดินหน้าขยายบุกอุดรธานีและขอนแก่น

08.05.2026
  • LOADING...
ผู้บริหาร Aura Wellness นั่งบนโซฟาในคลินิก

พฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดคลินิกความงามของไทยเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่ลูกค้ามักเริ่มเข้าคลินิกในวัย 30 ปีขึ้นไปเพื่อแก้ไขริ้วรอย ปัจจุบันลูกค้าวัย 20 ปีก็เริ่มเข้าคลินิกเพื่อดูแลผิวก่อนเกิดปัญหา

 

 
 

เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Aura Wellness ระบุอีกว่า พฤติกรรมที่เปลี่ยนของผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดียที่ทำให้คนตระหนักถึงข้อได้เปรียบทางรูปลักษณ์ ส่งผลให้ฐานลูกค้าของ Aura Wellness ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาขยายจากกลุ่มอายุ 20-30 ปี มาเป็น 20-40 ปี (Gen Y และ Gen Z) ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และเริ่มขยายไปยังกลุ่ม 40-60 ปีเพิ่มขึ้น

 

การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมนี้สอดคล้องกับการขยายตัวของตลาด โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปี 2568 มูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยอยู่ที่ราว 75,200 ล้านบาท เติบโต 1.6% เทียบปีก่อน ขณะที่ปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องราว 1.0%

 

ต่างชาติเดินทางมาใช้บริการในไทย ดันตลาด Medical Tourism เติบโต

 

นอกเหนือจากคนไทยแล้ว พบว่าลูกค้าต่างชาติก็เข้ามาใช้บริการความงามที่ไทยมากขึ้น โดย T-Beauty และ Clean Beauty ของไทยกำลังเป็นที่นิยมในระดับโลก ลูกค้าต่างชาติไม่ได้บินมาเพื่อท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งใจบินมาใช้บริการและกลับมาใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง

 

“T-Beauty มีความยืดหยุ่นและรองรับความหลากหลาย ได้เหนือกว่า K-Beauty ซึ่งมักจะมีรูปแบบความงามที่เฉพาะเจาะจงและตายตัวเกินไป T-Beauty ของเราสามารถปรับแต่งให้เข้ากับทุกสีผิว, โครงหน้า, เพศสภาพ และตอบโจทย์กลุ่ม LGBTQ+ ได้”

 

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ระบุว่า ในปี 2569 ททท. จะเดินหน้ารุกตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ เนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการใช้จ่าย 107,662 บาทต่อคนต่อทริป สูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 102.67% โดยไทยมีจุดแข็งเรื่องสถานพยาบาลมาตรฐานระดับโลก ได้รับการรับรองจาก JCI (Joint Commission International) มากถึง 61 แห่ง ราคาต่ำกว่าประเทศตะวันตก 30-70% และมีสถานพยาบาลครอบคลุมทั่วประเทศมากกว่า 500 แห่ง

 

ในปี 2568 ไทยคาดว่าจะมีรายได้จากตลาด Health Tourism ราว 1.25 แสนล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 5.8 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน 1.74% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด โดยประเทศที่นิยมเดินทางมารักษาในไทยมาจากกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น กาตาร์ โอมาน และคูเวต กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา และกลุ่มประเทศเอเชียใต้ เช่น บังกลาเทศ

 

สำหรับ Aura Wellness เจตบดินทร์ ระบุว่าสิ่งที่ทำแตกต่างจากที่อื่นคือ เราไม่ได้ใช้ระบบเอเจนซี่ แม้จะเคยศึกษาโมเดลนี้ แต่พบว่ามีการเก็บค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง จึงเลือกใช้วิธี Direct Marketing เจาะเข้าถึงลูกค้า ซึ่งนอกจากจะบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพคุ้มค่ากว่าแล้ว ยังสามารถสร้างประสบการณ์แบบ Personal Touch เข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง

 

ปัจจุบัน Aura Wellness ดำเนินงานผ่าน 3 แบรนด์ในเครือ ได้แก่

 

  • Aura Bangkok Clinic ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีรายได้ระดับ 30,000 บาทขึ้นไป ซึ่งตลาดยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 19 สาขา
  • Aura Xpress แบรนด์ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2568 ออกแบบมาเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบริการคุณภาพแต่มีงบประมาณจำกัดในระดับหลักพันบาท ใช้โมเดลไม่มีพนักงานขาย ซึ่งได้รับการตอบรับดีจนสามารถสร้างยอดขายเกือบ 200 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 3 ไตรมาสแรก ปัจจุบันมี 6 สาขา
  • AURASOL Wellness & Spa มี 1 สาขา

 

เจตบดินทร์เปรียบเทียบโมเดลธุรกิจของทั้งสองแบรนด์ว่า Aura Bangkok Clinic เป็นเสมือนสายการบินแบบ Full Service ส่วน Aura Xpress คือสายการบิน Low Cost ที่เน้นความกระชับและคล่องตัว โดยทั้งสองแบรนด์ใช้ทีมแพทย์มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมี Aura Training สำหรับฝึกอบรมพนักงานของเครือ และใช้ประโยชน์จาก Economy of Scale ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ร่วมกัน

 

เปิดสาขาแรกในต่างจังหวัดที่อุดรธานี

 

ผลประกอบการของ Aura Wellness ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้ปี 2564 อยู่ที่ 161 ล้านบาท เพิ่มเป็น 324 ล้านบาทในปี 2565, 740 ล้านบาทในปี 2566, 1,210 ล้านบาทในปี 2567 และแตะ 1,746 ล้านบาทในปี 2568 คิดเป็น CAGR ของรายได้ในช่วง 4 ปีที่ 81% ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มจาก 123 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 214 ล้านบาทในปี 2568 หรือเติบโต 74%

 

นอกจากการเติบโตจากการเปิดสาขาใหม่ ยอดขายของสาขาเดิม (Same Store Growth) ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ก็เติบโต 12% เทียบปีก่อน ส่วนยอดขายต่อสาขาของ Aura Bangkok Clinic ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 3 เท่า

 

ด้านทำเล Aura Wellness ใช้กลยุทธ์ออนไลน์ในการสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้าตั้งใจมาใช้บริการโดยตรง ไม่ต้องพึ่งทำเลที่มีคนเดินผ่านไปมามาก นี่คือเหตุผลที่ทำให้สามารถเปิดสาขาในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องสะดุดตา เช่น การเปิดคลินิกบนชั้น 21 ของอาคารสำนักงาน หรือการเช่าพื้นที่นอกห้างสรรพสินค้า

 

ขณะเดียวกันเริ่มต้นเจาะตลาดระดับภูมิภาคที่ภาคอีสานเป็นหลัก เช่น ที่อุดรธานีและขอนแก่น โดยสาเหตุที่เราเลือกเปิดสาขาที่อุดรธานีเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะมองว่าแม้จะเป็นเมืองรองแต่เห็นกำลังซื้อที่ซ่อนอยู่ อีกทั้งสามารถหาทำเลทองในคอมมูนิตี้มอลล์ท้องถิ่นที่ควบคุมต้นทุนค่าเช่าในระยะยาวได้ดีกว่าการอยู่ในห้างสรรพสินค้า

 

“ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด เราเชื่อมั่นว่าผู้เล่นรายใหญ่ที่มีศักยภาพย่อมได้เปรียบกว่าผู้เล่นรายเล็ก ทั้งในแง่ของงบประมาณการตลาดที่เข้าถึงเป้าหมายได้ และโครงสร้างระบบการฝึกอบรมกับการบริการ”

 

ตั้งเป้าถึง 30 สาขาในปีนี้

 

ล่าสุด Aura Wellness ได้รับการลงทุนจาก Fullerton Thai Private Equity Fund กองทุนจากสิงคโปร์ที่ลงทุนในบริษัทไทยไปทั้งสิ้น 10 แห่ง โดย Aura Wellness เป็นรายสุดท้ายที่กองทุนเลือกลงทุนจนปิดกอง เป็นการซื้อหุ้น 2.857% จากเจตบดินทร์ จึงไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารและผู้ถือหุ้นหลักที่ยังคงเป็นกลุ่มผู้ก่อตั้งเดิม

 

ตัวแทนของ Fullerton ระบุเหตุผลในการเลือกลงทุนใน Aura ว่ามาจากศักยภาพของอุตสาหกรรม Beauty and Wellness ที่เป็น New Economy ของไทยซึ่งตอบโจทย์ Global Demand, ความสามารถในการสร้างแบรนด์ในตลาดที่แข่งขันสูง และทีมผู้บริหารที่บริหารอย่างเป็นระบบ

 

เจตบดินทร์ ระบุว่าสิ่งที่ Aura Wellness ได้รับจากดีลนี้คือ “ความน่าเชื่อถือและเครือข่ายระดับโลก”

 

ในปี 2569 Aura Wellness วางงบลงทุนหลักหลายร้อยล้านบาทเพื่อเปิดสาขาใหม่ 4-7 สาขาต่อแบรนด์ ขึ้นอยู่กับทำเลและโอกาส โดยในระยะนี้โฟกัสการขยาย Aura Xpress ก่อน ตั้งเป้าจบปีนี้ด้วยจำนวนสาขารวมประมาณ 30 แห่ง จากเริ่มต้นปีที่ 22 สาขา ขณะที่เป้าหมายระยะยาวคือการมีสาขารวม 50 แห่ง

 

ท้ายที่สุดนี้ สำหรับแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ที่เดิมวางแผนในปี 2571 ปัจจุบันนั้น เจตบดินทร์ระบุว่ายังอยู่ในช่วงการศึกษา โดยไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าต้องมีรายได้ถึงจุดใดจุดหนึ่งจึงจะพร้อมเข้าตลาด แต่มองว่า IPO คือเครื่องมือสำคัญในการระดมทุนเพื่อสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นจะ IPO ก็ต่อเมื่อโครงสร้างทีมงานและผู้บริหารมีความแข็งแกร่งและพร้อมที่สุดในการนำเงินลงทุนไปขยายกิจการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

เบื้องต้นนอกจากขยายสาขาในไทยแล้ว Aura Wellness จะมุ่งเน้นการดึงลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการในประเทศไทยเป็นหลัก เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานในไทยทั้งบุคลากรทางการแพทย์และการบริหาร ซึ่งตอบโจทย์กว่าการออกไปเปิดสาขาในต่างประเทศ

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories