วันนี้ (7 พฤษภาคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงานแถลงข่าวและพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุภัยพิบัติในเขตเมือง สำหรับติดตั้งในอาคารของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เขตดุสิต
ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า หลังจากปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับภัยพิบัติที่สำคัญครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นความท้าทายระดับชาติที่ต้องการการบูรณาการ ทั้งนโยบาย การวางแผน การวิจัย และการปฏิบัติ นวัตกรรมเพื่อการจัดการภัยพิบัตินี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยประเทศไทยต้องมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง เพราะไม่มีใครเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้ดีเท่ากับคนที่อยู่หน้างาน
ศ.ดร.ยศชนันกล่าวต่อว่า วันนี้เราได้เห็นความสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือ ทั้งจากหน่วยงานด้าน ววน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ กทม. ในการพัฒนานวัตกรรมเตือนภัยที่สามารถใช้งานได้จริงและได้มาตรฐานสากล โดยเริ่มนำร่องการใช้ในพื้นที่ กทม. และเตรียมขยายผลไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยเฉพาะการแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหว
กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี AI สำหรับการทำวิจัยอย่างเต็มที่ รวมถึงพร้อมปรับกระบวนการพิจารณาให้ทุนวิจัยให้มีความรวดเร็วและยืดหยุ่น ขอชื่นชมและยกย่องนักวิจัย ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานหน้างานทุกท่านที่ทุ่มเททำงานอยู่เบื้องหลัง ท่านคือฮีโร่ของประเทศ ที่ช่วยสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้กับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง
ด้าน ชัชชาติได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ ‘มาตรฐานความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติของกรุงเทพมหานคร’ โดยนำแนวคิด Smart Enough City จากหนังสือ Smart Enough City ของ Ben Green ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เทคโนโลยี ซึ่งปัจจัยในการเลือกนวัตกรรมมาใช้ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ ตอบโจทย์ปัญหาของคนในเมือง มีความคุ้มค่า และเทคโนโลยีต้องมีความพร้อมและใช้งานได้จริง
พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนระบบราชการ ทำให้ประชาชนมีอำนาจสั่งการเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา และยังสามารถประยุกต์ใช้ในภาวะวิกฤต เช่น กรณีแผ่นดินไหว พร้อมเสนอแนะเพิ่มเติมเรื่องการสร้างวารสารวิชาการของไทย ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาในประเทศ มากกว่าการเน้นตีพิมพ์ในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผลงานวิจัยถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเมืองได้จริง
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูง ร่วมปาฐกถาและบรรยายพิเศษ และการนำเสนอผลงานจากทีมวิจัย จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์







